ปลากัด พร้อมวิธีการเพาะเลี้ยงแบบถูกวิธี สร้างรายได้ดีสำหรับผู้ที่สนใจ

, , No Comments

ปลากัด พร้อมวิธีการเพาะเลี้ยงแบบถูกวิธี สร้างรายได้ดีสำหรับผู้ที่สนใจ

ปลากัด เป็นปลาที่มีการจัดการแข่งขัน และมีการเพาะสายพันธุ์ปลากัดออกมาขาย ซึ่งปลากัดนั้นจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวออกมาอย่างโดดเด่น ซึ่งทำให้หลายคนนั้นหลงรักเหล่าปลากัดสีสันสวยงามเหล่านี้ จนสามารถนำออกไปแข่งขันกันได้รางวัลมามากมาย หากคุณนั้นชอบการเล่นปลากัดแบบนี้ สามารถทำการเพาะพันธุ์ปลากันทำการส่งออกขายได้ไม่ยากเลย แถมยังมีรายได้ดี สามารถทำเป็นอาชีพเสริมได้เลย

ทำความรู้จักกับ ปลากัด
ปลากัด มีชื่อเรียกสามัญว่า Siamese Fighting Fish ซึ่งปลากัดนั้นได้ชื่อว่าเป็นปลายอดนักสู้ เนื่องจากเป็นปลาที่กัดเก่ง และอดทนในการต่อสู้มากๆ และมีสถานสำหรับเดิมพันซึ่งเป็นสถานที่ ที่เอาไว้ให้ปลากัดนั้นมากัดกัน เพื่อเดิมพัน ซึ่งจะมีชื่อเรียกว่า บ่อนปลากัด หรือ บ่อนกัดปลา นั่นเอง ซึ่งก็มีมาแต่สมัยโบราณมาแล้ว

ปลากัดนั้นมีมากมายหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งเรานั้นมาทำความรู้จักกับสายพันธุ์ของปลากัดกันเลยดีกว่า

1. ปลากัดจีน
เป็นชื่อที่ใช้เรียกปลากัดที่มีลักษณะครีบยาว ซึ่งอาจจะมาจากการที่ครีบที่ยาวแผ่กระจายออกไปมีสีสันสวยงามฉูดฉาด เหมือนกับชุดจีนย้อนยุค ซึ่งปลากัดจีนนั้นจะมีการพัฒนามาจากสายพันธุ์มาจากปลาลูกหม้อนั่นเอง โดยที่จะทำการผสม และทำการคัดพันธุ์ให้ได้ครีบหางที่ยาวขึ้น และความยาวของครีบหายส่วนใหญ่จะมีความยาวเท่ากัน หรือจะยาวมากกว่าลำตัวกับหัวรวมกัน และมีการพัฒนาแล้วได้สีใหม่ออกมาอีกด้วย

2. ปลากัดป่า หรือปลากัดลูกทุ่ง
ปลากัดป่านั้นจะเป็นปลากัดป่าที่พบได้ในแหล่งน้ำจากธรรมชาติ ตามท้องทุ่งท้องนา ตามบึง ปลากัดป่านั้นจะเป็นปลาขนาดเล็ก ที่จะไม่มีลักษณะเด่นมากนัก แต่ส่วนมากแล้วครีบนั้นจะมีหางที่มีสีแดงตลอด มีประสีดำบ้าง บางทีก็จะมีแต้มสีเขียวอ่อนๆ ที่ครีบเรียงต่อกันไป หากมีการถอดสี ทั้งตัวของปลากัดป่านั้นจะมีสีน้ำตาลด้านๆ คล้ายๆ กับใบหญ้าแห้ง แต่ในปัจจุบันแล้วคำว่า ปลากัดป่า นั้นจะมีความหมายไปในทางว่า ปลากัดพื้นเมืองในภาคอีสาน ปลากัดพื้นเมืองในภาคใต้ และปลากัดมหาชัยนั่นเอง



3. ปลาสังกะสี และปลากัดลูกหม้อ
ปลาสังกะสีนั้นเป็นปลากัดที่เหล่านักกัดปลานั้นนำสายพันธุ์ปลามาทำการคัดสายพันธุ์ โดยที่จะคัดสรรค์หาสายพันธุ์ที่กัดเก่ง ปลาสังกะสีนั้นจะมีผิวหนังที่หนาแกร่ง ไม่ขาดง่าย จะมีขนาดตัวที่ใหญ่ มีสีสันที่แตกต่างจากปลาป่า แต่ในส่วนเรื่องของชั้นเชิงการต่อสู้ และความอดทนในการต่อสู้นั้นจะสู้ปลาลูกหม้อไม่ได้

4. ปลากัดหางสามเหลี่ยม หรือปลากัดเดลตา
ปลากัดหางสามเหลี่ยมนั้นเป็นปลาที่ได้รับการพัฒนามาจากสายพันธุ์ของปลากัดครีบยาว หรือปลากัดจีนนั่นเอง พัฒนาเพื่อให้หางของปลากัดนั้นสั้นเข้าไป แล้วมีการแผ่ขยายออกเป็นรูปสามเหลี่ยม ขอบของครีบหางนั้นจะกางทำมุม 45 – 60 องศา กับโคนของหาง และต่อมาก็ได้ทำการพัฒนาให้ครีบของปลากัดนั้นแผ่ออกมาให้กว้างกว่าเดิม ทำให้มีชื่อเรียกว่า “ซูเปอร์เดลตา” ซึ่งนั่นจะมีหางที่แผ่กางใหญ่ออกกว่าปกติ จนขอบของครีบหางทางด้านบน และด้านล่างนั้นเกือบจะเป็นเส้นตรงเลย

5. ปลากัดหางพระจันทร์ครึ่งซีก หรือฮาล์ฟมูน
ปลากัดหางพระจันทร์ครึ่งซีกนั้นจะเป็นปลากัดที่มีหางหลังนั้นแผ่เป็นรูปครึ่งวงกลม เหมือนดังชื่อของปลา โดยขอบครีบหางนั้นจะทำการแผ่ออกมาเป็นแนวของเส้นตรงในมุม 180 องศา ครีบที่ด้านนอกนั้นจะเป็นขอบเส้นโค้งครึ่งวงกลม ก้านครีบตรงหางนั้นจะแตกแขนงออก 2 ครั้ง เป็น 4 แขนง หรือจะมีการแตกแขนงที่มากกว่า

6. ปลากัดหางมงกุฎ หรือปลากัดคราวน์เทล
ปลากัดหางมงกุฎเป็นปลากัดที่ทำการเพาะเลี้ยงจากชาวอินโดนีเซีย เป็นปลากัดสายพันธุ์ใหม่ ที่มีลักษณะของหางจัก เป็นหนามเหมือนมงกุฏ และเป็นสายพันธุที่ได้รับความนิยม นำมาเลี้ยงในปัจจุบันด้วย ก้านของครีบปลากัดสายพันธุ์นี้จะโผล่ยาวออกไปจากปลายของหาง ลักษณะจะเหมือนหนาม ซึ่งจะมีความยาว และลักษณะของหนามที่แตกต่างกันออกไป



การจำแนกเพศของปลากัด

ปลากัดเพศผู้ และปลากัดเพศเมียนั้นจะมีลักษณะที่แตกต่างกัน ซึ่งจะมีวิธีสังเกตดังต่อไปนี้
– สีของลำตัว ปลากัดเพศผู้นั้นมีสีของลำตัว และครีบนั้น จะมีสีที่สดเข้มกว่าปลาเพศเมีย เมื่อปลากัดมีอายุ 2 เดือนขึ้นไป จะมีขนาดลำตัวตั้งแต่ 3 เซนติเมตรขึ้นไป
– ขนาดของตัว หากเราเลี้ยงปลากัดในครอกเดียวกัน ปลากัดตัวผู้นั้นจะมีขนาดตัวที่โตกว่าตัวเมียนั่นเอง
– ความยาวครีบ ปลากัดเพศผู้นั้นจะมีครีบหาง ครีบหลัง และครีบก้นยาวกว่าปลากัดเพศเมีย ยกเว้นปลากัดหม้อนั้นจะมีความยาวที่แตกต่างกันไม่มากนัก
– เม็ดไข่นำ ปลากัดเพศเมียนั้นจะมีเม็ดหรือจุดสีขาวๆ นั้นอยู่ 1 จุด อยู่ที่บริเวณช่องเพศ ลักษณะจุดสีขาวนั้นจะคล้ายๆ กับไข่ปลานั่นเอง ซึ่งในเพศผู้นั้นจะไม่มีจุดดังกล่าวนั่นเอง



การเพาะพันธุ์ปลากัด


การเตรียมพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์
พันธุ์ แม่พันธุ์ปลากัดที่สมบูรณ์นั้นจะต้องมีอายุอยู่ที่ 4-6 เดือน สามารถนำไปเป็นพันธุ์ แม่พันธุ์ปลากัดได้ การเลือกพ่อพันธุ์ปลากัดนั้นจะต้องเลือกตัวที่คึกคะนอง คือ เมื่อนำตัวผู้ไปใกล้กับตัวผู้อื่นๆ จะแสดงอาการก้าวร้าวออกมาในทันที โดยการที่ปลากัดตัวนั้นจะทำการกางครีบ กางกระพุ้งแก้ม แล้วรี่เข้าหาปลาตัวอื่นๆ ทันที หรือจะสังเกตที่หวอด เนื่องจากปลากัดเพศผู้ที่มีความสมบูรณ์พร้อมทำการผสมพันธุ์แล้ว ก็จะทำการสร้างหวอดภายในภาชนะที่เลี้ยงเสมอ

สำหรับแม่พันธุ์นั้นจะต้องเลือกปลากัดเพศเมียที่ท้องแก่ คือมีไข่แก่เต็มที่ โดยจะทำการสังเกตจากส่วนของท้องของปลากัด ซึ่งจะมีวการขยายตัวพองออกมาอย่างชัดเจน และเมื่อลองนำไปอดอาหาร 1 วัน ท้องนั้นจะไม่มีการยุบลงไป นั่นแสดงว่าตัวนี้พร้อมที่จะเป็นแม่พันธุ์นั่นเอง ส่วนสีสันของปลานั้นก็เลือกได้ตามความต้องการ และความชอบของผู้เลี้ยง


การเทียบพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์

เมื่อทำการเลือกปลากัดพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ได้แล้ว ซึ่งเมื่อได้ลักษณะพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ตามที่ต้องการทั้งเรื่องลักษณะการต่อสู้ และสีสันมาได้แล้ว ให้นำปลากัดนั้นมาใส่ขวดใส แต่อย่าเพิ่งทำการใส่ลงไปรวมกัน ให้ทำการแยกขวดเอาไว้เสียก่อน จากนั้นให้นำมาตั้งเทียบกันเอาไว้ เราจะวางขวดไว้ชิดกัน แต่จะไม่มีกระดาษขั้น จากนั้นปล่อยให้ปลา พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ได้มองหน้ากัน นั่นคือการเทียบนั่นเอง เราจะทำการเทียบปลากัดเอาไว้ 4-7 วัน เพื่อให้เกิดความเคยชินซึ่งกันและกัน

การเตรียมบ่อเพาะพันธุ์

บ่อ หรือภาชนะที่เราจะนำมาทำบ่อสำหรับเพาะพันธุ์ปลากัดนั้นจะต้องมีขนาดที่เล็ก ซึ่งส่วนมากนั้นจะนิยมใช้ภาชนะต่างๆ ในการทำบ่อเพาะ ไม่มีบ่อแบบถาวร ซึ่งสิ่งต่างๆ ที่นำมาใช้นั้นก็หาไม่ยาก เช่น ถัง กะละมัง อ่างดินเผา หรือตุ่มน้ำขนาดเล็กๆ นั่นเอง เมื่อได้ภาชนะในการเพาะแล้ว ก็ทำการใส่น้ำสะอาดลงไปในภาชนะที่เราเตรียมเอาไว้ ให้มีระดับน้ำสูง 10 – 15 เซนติเมตร จากนั้นให้ใส่พันธุ์ไม้น้ำลงไปในบ่อเพาะ เช่น ผักบุ้ง จอก ผักตบชวา ผักกระเฉด ลงไปเล็กน้อย เพื่อให้ปลาสร้างหวอดได้ง่ายขึ้นนั่นเอง



การปล่อยปลาลงบ่อเพาะ

เมื่อทำการเทียบปลากัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็สามารถนำปลากัดที่เราทำการเทียบไว้ ใส่ลงไปในบ่อเพาะที่เราได้ทำการเตรียมเอาไว้ จะต้องระมัดระวังอย่าให้ปลาตื่น จากนั้นก็ให้หาอะไรมาปิดฝาเอาไว้ เช่น แผ่นกระเบื้อง หรือกระดาษแข็ง ปิดไว้ 2 ใน 3 ของพื้นที่ปากภาชนะ เนื่องจากปลากัดนั้นชอบวางไข่ในที่มืด ทำให้ลมไม่พัดเข้าไปกวนหวอดปลากัด จนทำให้หวอดแตก และจะต้องเงียบสงบ ไม่รบกวนปลากัดด้วย

เราควรที่จะทำการปล่อยพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ปลากัดลงในบ่อเพาะในเวลาเย็น ในช่วงเวลาประมาณ 17.00 – 18.00 น. โดยปกติแล้วปลากัดตัวผู้นั้นจะทำการไล่ตัวเมีย ซึ่งตัวเมียนั้นจะต้องไปหลบในกองพันธุ์ไม้น้ำที่เราได้เตรียมไว้ ซึ่งปลาตัวผู้นั้นจะกลับมาก่อหวอด แล้วไปทำการไล่ตัวเมียใหม่ จะทำแบบนี้ไปจนกว่าจะค่ำ ถ้าเราปล่อยทั้งคู่ลงน้ำค่ำ ตัวเมียจะไม่บอบช้ำมาก เพราะตัวผู้ไล่ตัวเมียได้ไม่นาน ก็ต้องไปทำการสร้างหวอดนั่นเอง เมื่อเช้ามาก็พร้อมที่จะผสมพันธุ์นั่นเอง




การตรวจสอบการวางไข่ของปลา

โดยปกติแล้วปลากัดนั้นจะมีการวางไข่ให้เสร็จก่อนเวลา 10.00 น. โดยประมาณ หลังจากที่เราปล่อยพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ลงในบ่อเพาะแล้ว เช้าวันต่อไปในเวลา 10.00 น. ให้ทำการตรวจสอบโดยการค่อยๆ ทำการแง้มฝาที่เราเอามาปิดไว้ดู หากพบว่ามีไข่เม็ดเล็กๆ สีขาวๆ อยู่ภายในหวอด และมีพ่อปลาคอยเฝ้าอยู่ แล้วตัวเมียไปหลบตรงข้ามกับหวอดนั้น แสดงว่าทำการวางไข่เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราจะค่อยๆ ทำการช้อนตัวเมียออกไปเลี้ยงต่อ ส่วนตัวผู้นั้นก็ปล่อยให้เฝ้าไข่ต่อไปนั่นเอง

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น