ผักกันจอง ผักพื้นบ้าน ปลูกขายดอก ผักธรรมดาสร้างรายได้ไม่ธรรมดา

, , No Comments
ผักกันจอง ผักพื้นบ้าน ปลูกขายดอก ผักธรรมดาสร้างรายได้ไม่ธรรมดา


 ถ้าหน้าท้องใหญ่เหมือนคนท้องลองนี้ ลด 40 กก.ใน 14 วัน ก่อนนอนให้
ดอกกันจองหรือตาลปัตรฤๅษี เป็นพืชผักพื้นบ้านที่เจริญงอกงามได้ดีในท้องนา จึงมักเก็บมาเป็นอาหารในครัวเรือนหรือขายเป็นรายได้ เป็นอีกหนึ่งพืชผักพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมในการบริโภคอย่างแพร่หลาย เป็นพืชที่ปลูกง่ายเจริญเติบโตไวใช้ต้นทุนการผลิตต่ำให้ผลตอบแทนคุ้มทุน


เกษตรกรที่บ้านบางชัน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี จึงได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนามาปลูกดอกกันจองในเชิงการค้า ทำให้มีรายได้เดือนละหมื่นกว่าบาท ดอกกันจองนับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของท้องถิ่น การปลูกจึงเป็นหนึ่งอาชีพทางเลือกที่น่าสนใจในการเสริมสร้างรายได้สู่วิถีชีวิตที่มั่นคง วันนี้จึงนำเรื่องดอกกันจอง…พืชผักพื้นบ้านผักปลอดภัยปลูกขายรายได้ดีมาบอกเล่าสู่กัน


ป้าประภารัตน์บุญเลิศเกษตรกรปลูกดอกกันจองพืชผักพื้นบ้าน เล่าให้ฟังว่ามีอาชีพหลักในการทำนา 29 ไร่ ทำนาปีละ 2 ครั้ง ปลูกข้าวพันธุ์ กข31 ได้ผลผลิตข้าว 80 ถังต่อไร่ ขาย 7,000 บาทต่อเกวียน และปลูกข้าวพันธุ์ กข47 ได้ผลผลิต 70-80 ถังต่อไร่ขาย 7,000 บาทต่อเกวียน เมื่อครั้งมีการรับจำนำข้าวเคยมีรายได้ 2-3 แสนบาทต่อฤดู
เมื่อเวลาเปลี่ยนไปสภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอน การทำนาต้องใช้น้ำปริมาณมากและการมีรายได้ที่ไม่มั่นคง จึงมองหาอาชีพทางเลือกใหม่หรืออาชีพเสริมจุดเปลี่ย นเมื่อได้พบว่าดอกกันจองที่เจริญเติบโตพร้อมกับต้นข้าวในท้องนาที่เก็บมาเป็นอาหารเครื่องเคียงกินกับน้ำพริกในครัวเรือนบ่อย ๆ ประกอบกับพ่อค้าคนกลางที่เข้ามาซื้อผลผลิตทางการเกษตรในชุมชนได้แจ้งความประสงค์ว่า ต้องการรับซื้อดอกกันจองเพื่อนำไปขายจะปลูกและผลิตให้ได้หรือไม่ เมื่อพิจารณาข้อดี-ข้อด้อยและการมีตลาดรับซื้อที่แน่นอนเมื่อปี 2557 จึงได้ตัดสินใจปรับเปลี่ยนพื้นที่นา 1 ไร่ มาปลูกดอกกันจองขายเพื่อเป็นพืชทางเลือกในการเสริมรายได้ถึงทุกวันนี้


พันธุ์ปลูกได้คัดเลือกต้นพันธุ์ดอกกันจองที่สมบูรณ์ ปลอดโรคที่มีอยู่ในแปลงนามาปลูกวิธีการเก็บต้นพันธุ์ให้จับโคนต้นแล้วค่อย ๆ ดึงขึ้นมาตรง ๆ เพื่อไม่ให้ต้นพันธุ์ช้ำ นำมาแช่น้ำไว้ในภาชนะเพื่อช่วยเก็บรักษาความสดของต้นพันธุ์ไว้ให้ได้นานก่อนนำไปปลูก
การปลูกดอกกันจองเตรียมดินปลูกด้วยการตีเทือกเหมือนการทำนาทั่วไป แปลงนาจะเป็นดินตมดินอ่อนและควรมีน้ำขังในแปลงนาด้วย วิธีการปลูกใช้วิธีการปักดำระยะห่างระหว่างต้นและแถว 50×50 เซนติเมตรหรือ 1 ศอก


หลังจากปลูก 7 วัน ป้าประภารัตน์บอกว่าจะเริ่มทยอยเก็บดอกกันจองไปขายดอกกันจองจะมีให้เก็บเกี่ยวได้เกือบทุกวัน แต่ละครั้งจะเก็บดอกกันจองได้ 250-270 ดอกนำดอกกันจองมาจัดเป็นกำ 1 กำมี 12 ดอก แล้วจัดดอกกันจองใส่ถุงพลาสติกสะอาด 10 กำต่อถุงจะได้ 25-27 ถุงนำไปขายส่งให้กับพ่อค้าคนกลาง 15 บาทต่อถุงทำให้มีรายได้ 375-405 บาทต่อวัน หรือมีรายได้โดยเฉลี่ย 11,250-12,150 บาทต่อเดือน เป็นรายได้เสริมที่ทำให้วิถีครอบครัวมีความมั่นคง


คุณทองอุไร เอี่ยมลออ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการเล่าให้ฟังว่าดอกกันจองเป็นพืชผักพื้นบ้านปลอดภัย ซึ่งในกระบวนการผลิตไม่มีการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช ในด้านการพัฒนาคุณภาพผลผลิตดอกกันจองได้ส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตฮอร์โมนนม ใช้วัสดุที่ผลิตจะมีนมกล่องชนิดจืดขนาดบรรจุ 250 มิลลิลิตร 3 กล่อง กากน้ำตาล 1 แก้ว น้ำดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง 10 ช้อนแกง และผงปรุงรสอาหาร 1 ช้อนแกง นำวัสดุทั้งหมดใส่ภาชนะที่สะอาดคลุกเคล้าผสมให้เข้ากัน เทใส่ขวดสีชาปิดฝาหมักไว้ 10 วัน ระหว่างนี้ต้องคอยเปิดฝาเพื่อช่วยระบายก๊าซในขวดออก เมื่อครบกำหนดจะได้หัวเชื้อฮอร์โมนนมคุณภาพและสูตรนี้ เมื่อนำไปผสมกับน้ำใช้ได้ประมาณ 20 ครั้ง


วิธีการใช้เตรียมถังที่สะอาดใส่น้ำลงไป 20 ลิตรนำหัวเชื้อฮอร์โมนนม 5 ช้อนแกง ใส่ลงไปใช้ไม้คนให้เข้ากันแล้วนำไปฉีดพ่นทุก 15 วันต่อครั้ง จะได้ดอกกันจองอวบกรอบและอร่อย การผลิตหัวเชื้อฮอร์โมนนมใช้เป็นหนึ่งทางเลือกในการลดต้นทุนการผลิตที่ทำให้ได้ผลตอบแทนคุ้มทุน และนำไปสู่การยกระดับรายได้เพื่อการมีวิถีที่มั่นคง


จากเรื่องดอกกันจอง…พืชผักพื้นบ้านผักปลอดภัยปลูกขายรายได้ดี ได้กล่าวถึงการปลูกดอกกันจองการผลิตหัวเชื้อฮอร์โมนนม ใช้เป็นการลดต้นทุนการผลิตเพื่อเพิ่มรายได้ทำให้มีวิถีชีวิตที่มั่นคง สอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่ป้าประภารัตน์ บุญเลิศ เกษตรกรผู้ปลูกดอกกันจองเลขที่ 171 หมู่ที่ 6 บ้านบางชัน ตำบลบ้านแป้ง อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรีโทร.(087)669-0144 หรือที่คุณทองอุไร เอี่ยมลออ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการสำนักงานเกษตร อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรีโทร.(089)801-4214 ก็ได้นะครับ
ที่มา : topicza.com

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น