กระหล่ำปม มีประโยชน์และสรรพคุณรักษาหลายโรค พร้อมเทคนิคการปลูก

, , No Comments



กะหล่ำปม (Kohlrabi) อยู่ในตระกูลกะหล่ำ เป็นพืชผักสมุนไพร ที่เจริญเติบโตได้ดีในอากาศเย็น เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นมีข้อมีปล้องสั้นๆ ขยายพองออก เรียกว่าปม มีก้านใบยาวหุ้มโดยรอบๆ ปมมีลักษณะทรงกลมหรือกลมแป้น มีนวลขาว มีสีเขียวอ่อนหรือสีม่วง ตามสายพันธุ์ ข้างในมีเนื้อแน่นฉ่ำน้ำสีขาว รสชาติหวานกรอบ มีกลิ่นเฉพาะตัว มีถิ่นกำเนิดในทวีปยุโรป ต่อมาได้ปลูกทั่วไปในประเทศที่มีอากาศเย็น มีประโยชน์และสรรพคุณ ทางยาหลายอย่าง สามารถนำมาประกอบ อาหารเมนูต่างๆ ได้หลายเมนู



กะหล่ำปม (Kalum-Pom) หรือเรียกว่าโคราบี้ อยู่ในตระกูลกะหล่ำ เป็นพืชผักสมุนไพร ที่เจริญเติบโตได้ดีในอากาศเย็น เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นมีข้อมีปล้องสั้นๆ ขยายพองออก เรียกว่าปม มีก้านใบยาวหุ้มโดยรอบๆ ปมมีลักษณะทรงกลมหรือกลมแป้น มีนวลขาว มีสีเขียวอ่อนหรือสีม่วง ตามสายพันธุ์ ข้างในมีเนื้อแน่นฉ่ำน้ำสีขาว รสชาติหวานกรอบ มีกลิ่นเฉพาะตัว เป็นใบเลี้ยงเดี่ยว มีก้านใบยาว มีสีเขียวอ่อนหรือสีม่วง ตามสายพันธุ์ ออกเรียงเวียนรอบๆลำต้น มีลักษณะทรงรี มีใบกว้าง ขอบใบรอยหยักซี่ฟัน ใบมีนวล มีสีเขียว นิยมปลูกในประเทศที่มีอากาศเย็น สามารถนำมาประกอบอาหารเมนูต่างๆ ได้หลายเมนู  เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นมีข้อมีปล้องสั้นๆ ขยายพองออก เรียกว่าปม มีก้านใบยาวหุ้มโดยรอบๆ ปมมีลักษณะทรงกลมหรือกลมแป้น มีนวลขาว มีสีเขียวอ่อนหรือสีม่วง ตามสายพันธุ์ ข้างในมีเนื้อแน่นฉ่ำน้ำสีขาว รสชาติหวานกรอบ มีกลิ่นเฉพาะตัว

 


ใบ เป็นใบเลี้ยงเดี่ยว มีก้านใบยาว มีสีเขียวอ่อนหรือสีม่วง ตามสายพันธุ์ ออกเรียงเวียนรอบๆลำต้น มีลักษณะทรงรี มีใบกว้าง ขอบใบรอยหยักซี่ฟัน ใบมีนวล ใบมีสีเขียว
ราก มีระบบรากแก้ว แทงลึกลงในดิน มีลักษณะกลม มีรากแขนงรากฝอยเล็กๆ ออกรอบบริเวณลำต้น จะมีสีน้ำตาล
ดอก ออกเป็นช่อ ก้านช่อใหญ่ยาว ช่อดอกอยู่เป็นกระจุก มีลักษณะทรงกลม อยู่เบียดกันแน่น กลีบดอกมีสีเหลือง มีกลีบเลี้ยงสีเขียว ก้านดอกสั้น อยู่ปลายของลำต้น
ผล มีผลเป็นฝัก มีลักษณะเรียวยาว ปลายฝักแหลม ฝักอ่อนสีเขียว ฝักแก่สีน้ำตาล เมื่อฝักแก่จัดแตกออกได้ มีเมล็ดเล็กๆเรียงซ้อนกันอยู่ข้างใน
เมล็ด อยู่ในฝัก มีลักษณะทรงกลม มีขนาดเล็กๆ มีสีน้ำตาลเข้ม สีดำ


มีประโยชน์และสรรพคุณกะหล่ำปม
มีวิตามินเอ มีวิตามินเค มีวิตามินอี มีวิตามินบี1 มีวิตามินบี2 มีวิตามินบี3 มีวิตามินบี6 มีโพแทสเซียม มีฟอสฟอรัส มีเหล็ก มีแคลเซียม มีโซเดียม มีแมกนีเซียม มีน้ำตาล มีไฟเบอร์ มีวิตามินซี มีโปรตีน มีคาร์โบไฮเดรต มีโฟเลต มีไนอาซีน
ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน แก้ร้อนใน แก้ลักปิดลักเปิด ช่วยลดแผลอักเสบ ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือด ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร ช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ ช่วยลดอาการปวด แก้นมคัดแม่หลังคลอด ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ช่วยลดคอเลสเตอรอล ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ช่วยขับถ่าย แก้ท้องผูก แก้จุกเสียดแน่นท้อง ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยบำรุงผิวพรรณ ช่วยขับสารพิษ ช่วยบำรุงไต ช่วยลดอาการปวดศรีษะ ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยย่อยอาหาร ช่วยลดความเครียด ช่วยให้นอนหลับ




การเตรียมปลูก, การปลูกและการดูแลกะหล่ำปม
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการปลูกกะหล่ำปมนั้นจะต้องมีสภาพดินที่มีความอุดมสมบูรณ์จึงจะทำให้ปมมีความสมบูรณ์และอุณหภูมิที่เหมาะสำหรับการปลูกอยู่ที่ประมาณ 22 องศาเซลเซียส ส่วนถ้าหากต้องการปลูกพันธุ์ที่มีปมใหญ่หรือที่เรียกว่าพันธุ์หนัก ควรปลูกที่อุณหภูมิประมาณ 15 องศาเซลเซียส และต้องมีแสงแดดจัดตลอดวัน
การปลูกกะหล่ำปมมักใช้วิธีการปลูกแบบย้ายกล้า ซึ่งสามารถทำได้ในลักษณะเดียวเหมือนกับการปลูกกะหล่ำปลี ลักษณะและรูปทรงของกะหล่ำปมนั้นจะไม่ใหญ่นัก ดังนั้นในการปลูกควรใช้ระยะห่างระหว่างต้นอยู่ที่ประมาณ 20-25 เซนติเมตรก็พอ สำหรับการปลูกในพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่หรือแปลงขนาดใหญ่ ควรมีการยกร่องเป็นลูกฟูกและใช้รูปแบบการปลูกด้วยรูปแบบแถวเดี่ยวหรือระบบแถวเดี่ยว


การให้น้ำ ควรให้อย่างสม่ำเสมอไม่ให้ขาดน้ำ โดยเฉพาะหากะหล่ำปมเจอกับอากาศที่ร้อนมากๆ และแห้งจัด ก็จะทำให้เกิดการชะงักในการเจริญเติบโตได้และมักทำให้เนื้อในปมมีลักษณะเป็นเสี้ยน ซึ่งทำให้คุณภาพของกะหล่ำปมลดลง อย่างไรดีในการปลูกนั้นก็สามารถเกิดการแตกของปมก็เป็นได้ อันเนื่องมาจากสาเหตุของการเร่งการเจริญเติบโตตอนสร้างปมมากเกินไป และหากปลูกในระยะถี่เกินไปก็จะทำให้รูปร่างยาวไม่เป็นปม สำหรับการให้ปุ๋ยนั้นให้ทำเช่นเดียวกับวิธีปลูกกะหล่ำปลี


การเก็บเกี่ยวกะหล่ำปม
การเก็บเกี่ยวกะหล่ำปมนั้นควรเก็บเกี่ยวในช่วงก่อนปมแก่เล็กน้อย โดยทั่วไประยะนี้ปมจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 8 เซนติเมตร ซึ่งควรระวังในเรื่องนี้ให้ดีเพราะหากปล่อยให้ปมแก่เกินไปจะทำให้ปมเป็นเสี้ยน อย่างไรตามถ้าหากปมเล็ก ก็มักไม่เป็นที่นิยมเช่นกัน ดังนั้นในการเก็บเกี่ยวควรมีการวัดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางให้ดี เพื่อไม่ให้ปมเล็กหรือแก่เกินไป ส่วนวิธีการเก็บเกี่ยว ให้เก็บเกี่ยวโดยการใช้มีดตัดที่ใต้ปมแล้วแต่งปลายล่างโดยการตัดใบล่างๆ ทิ้งไป ให้เหลือใบไว้แค่ที่ยอดของปม 2-3 ใบก็พอ เพื่อเอาไว้มัดเป็นกำๆ


กะหล่ำปมนั้นพันธุ์ที่นิยมปลูกนั้นจะมีสีเขียวหรือเรียกว่า ขาว และพันธุ์สีม่วง พันธุ์ที่นิยมปลูกกันมากได้แก่พันธุ์ Early White Vienna ซึ่งสีของปมเป็นสีเขียวอ่อน อายุในการเก็บเกี่ยวอยู่ที่ประมาณ 55 วันหลังจากย้ายกล้า ส่วนอีกสายพันธุ์ที่นิยมปลูกกันก็คือสายพันธุ์ Purple Vienna มีปมเป็นสีม่วง อายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 60 วัน ซึ่งทั้ง 2 สายพันธุ์ที่ได้กล่าวมานั้นเป็นพันธุ์เบา ส่วนพันธุ์หนักได้แก่ Goliath ซึ่งไม่นิยมในการปลูกกันมากนัก และยังมีพันธุ์ผสมอีกมาก เช่น Express Forcer F1 และ Grand Duke F1 เป็นต้น
ที่มา: https://www.plookphak.com

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น