เทคนิคปลูก… มะพร้าวน้ำหอมอย่างไร? ให้ต้นเตี้ยติดดินและลูกดกแน่น

การปลูกมะพร้าวน้ำหอมถึงจะได้ราคาดี ตลาดมีความต้องการสูง แต่ใช่ว่าปลูกแล้วจะได้ผลดีเหมือนกันทุกราย เพราะถ้าเลือกพันธุ์ไม่ดี ดูไม่เป็น โอกาสล้มเหลวก็สูงเช่นเดียวกัน

มะพร้าวน้ำหอม ก่อนลงมือปลูก คุณต้องคัดเลือกสายพันธุ์ก่อน เพราะแหล่งที่มาของพันธุ์มะพร้าวมีทั้งที่ต้นพันธุ์ดี และต้นพันธุ์ไม่ดี พันธุ์ที่ให้ผลิตดี ต้องมาจากต้นแม่พันธุ์ดี คุณต้องคัดเลือกจากสวนที่ผลิตหรือขยายต้นพันธุ์ตรง แหล่งปลูกมะพร้าวพันธุ์ดี ต้องยกให้สวนสามพราน สวนกระทุ่มแบน สวนบ้านแพ้ว สวนนครชัยศรีและสวนดำเนินฯ รวมถึงย่านอัมพวาแม่กลอง เพราะย่านนี้เป็นแหล่งผลิตไม้ผลส่งออกต่างประเทศและในประเทศไทย ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดของไทยเรา มาตั้งแต่สมัยโบราณนับร้อยปี

การคัดพันธุ์มะพร้าวปลูก ต้องหาต้นพันธุ์ที่มีอายุมากกว่าสิบปีขึ้น ถ้าเป็นไปได้ต้อง 15 ปี ขึ้นไปยิ่งดีครับ บางคนเห็นแก่ต้นพันธุ์ราคาถูกๆ ไม่กล้าซื้อของแพง ของถูกและดีไม่มีครับ ถ้าเป็นชาวสวนตัวจริง เขาจะไม่ใช้มะพร้าวพันธุ์ไม่ดีมาปลูกครับ ท่านจะเห็นว่าเกษตรกรชาวสวนโซน สามพราน ดำเนิน บ้านแพ้ว ใครที่ทำสวนรวยๆๆ กันหมดครับ เพราะเขารู้จริง และไม่ยอมเสียเวลากับการหาต้นพันธุ์ไม่ดีมาปลูก เมื่อได้มะพร้าวพันธุ์ดีมาปลูก วิธีให้ต้นเตี้ย ผลดก ลูกใหญ่ขายได้ราคาดี มีเทคนิคดังนี้ ขุดหลุมให้กว้างและลึก กว้าง 60 ซม. ลึก 30 ซม. ลองด้วยปุ๋ยคอกขี้วัวโคขุน วางต้นมะพร้าวเอียงให้ได้ 45 องศา กลบดินไม่ต้องให้มิดลูกมะพร้าว ให้เห็นลูกมะพร้าวไรๆ


ทำไมต้องขุดหลุมให้ลึก?
การขุดหลุมให้ลึกและกว้าง เพื่อป้องกันต้นมะพร้าวโค่นล้มง่าย ป้องกันรากของต้นมะพร้าวลอยขึ้นสู่หน้าดิน ถ้ารากและโคนมะพร้าวลอยขึ้นมา จะทำให้หนอนและด้วงมะพร้าวเข้าไปกัดกินรากและไส้กลางลำต้นของมะพร้าวได้ง่าย และถ้าเราขุดหลุมตื้นๆ เมื่อวันเวลาผ่านไปหลายปี ต้นมะพร้าวสูงขึ้น เมื่อลมพายุมา มันจะพัดเอาต้นมะพร้าวโค่นล้มลงไปด้วยครับ ซึ่งสรุปออกมาว่า การขุดหลุมให้ลึกมีแต่ข้อดีไม่มีเสียครับ

การขุนหลุมให้ลึก นอกจากจะป้องกัน มะพร้าวโคนล้มและตัวด้วงมะพร้าวแล้ว ยังจะทำให้มะพร้าวต้นเตี้ย เพราะเราขุดหลุมลงไปลึกและวางต้นมะพร้าวไว้ที่ 45 องศา 90 องศายิ่งดี ส่วนเรื่องการปลูกมะพร้าว จะให้มะพร้าวออกผลดก เมื่อมะพร้าวออกจั่น ท่านควรฉีดพ่นฮอร์โมนป้องกันขั้วดอกและผลหลุดร่วงด้วย ปุ๋ยฮอร์โมนที่ท่านต้องใช้ คือ ฮอร์โมนขั้วเหนียวและฮอร์โมนจุลินทรีย์ที่มีฤทธิ์เย็น ถ้าท่านทำตามเทคนิคนี้ ท่านสามารถหวังผลในการปลูกมะพร้าวของท่านได้เลยครับ ส่วนปุ๋ยฮอร์โมน ถ้าให้เราแนะนำ ผมแนะนำตราหัววัวคันไถและตราพญาช้างทอง เพราะที่ศูนย์ใช้2บริษัทนี้เป็นหลัก เพราะตัวยาฮอร์โมนเข้มข้นดีครับ
ที่มา: https://samunpaisecrete.com





ประโยชน์ทุเรียน



  ทุเรียนได้รับการยกย่องว่าเป็น “ราชาผลไม้” และเคยมีคนกล่าวไว้ว่า “กลิ่นราวนรก รสชาติเหมือนสวรรค์” เนื่องมาจากกลิ่นรุนแรงเฉพาะตัวของทุเรียน ที่เกิดจากสารหอมระเหยอย่างเอสเทอร์คีโทน และสารประกอบซัลเฟอร์หลายชนิด เป็นกลิ่นที่คนรักทุเรียนจะบอกว่าหอมหวานน่ากิน แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบ เพียงแค่ได้กลิ่นเล็กน้อยก็แทบทนไม่ได้ ทว่ารสชาติชาติที่หวานมันของเนื้อทุเรียนก็ทำให้บางคนมองข้ามกลิ่นที่ร้ายกาจไปได้ ทุเรียนจึงเป็นหนึ่งในผลไม้อันดับต้น ๆ ที่ผู้คนชื่นชอบ เส้นใยอาหารมีมากในเนื้อทุเรียน จะช่วยทำความสะอาดให้กับลำไส้ มีวิตามินซีสูง ต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน มีโพแทสเซียม ช่วยระดับน้ำในร่างกายและเซลล์ให้ปกติสมดุล มีแคลเซียม มีแมกนีเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ยังมีกรดอะมิโนทริปโตเฟน มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก เพราะจะช่วยให้หลับง่าย ลดความซึมเศร้า ช่วยป้องกันความผิดปกติของสารเคมีในร่างกาย ลดความเสี่ยงต่อไมเกรน ลดความเครียด ในขณะเดียวกันเนื้อทุเรียนมีน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตมาก จึงไม่ส่งผลดีต่อผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน หรือที่กำลังควบคุมน้ำหนัก หรือควบคุมน้ำตาล สิ่งที่ควรระวังอีกประการคือ เนื้อทุเรียนมีกำมะถันอยู่สูง ส่งผลต่อการเพิ่มความร้อนในร่างกาย อีกทั้งเป็นสารที่ละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ ดังนั้นจึงห้ามกินทุเรียนร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้แอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดพิษจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ คนโบราณจึงมีวิธีเบื้องต้นสำหรับดับร้อนจากการกินทุเรียนคือ กินผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็นอย่างมังคุดตามเข้าไป หรือจะลองใช้อีกวิธีคือ ให้ดื่มน้ำที่รินใส่เปลือกทุเรียนเปล่าหลังกินเนื้อหมดแล้ว แต่ความร้อนของทุเรียนก็มีประโยชน์ตามตำรับยาไทยคือ ช่วยขับพยาธิและแก้โรคผิวหนัง ช่วยให้ฝีหนองแห้งเร็ว สำหรับสาว ๆ ที่รักการดูแลตัวเอง อาจแบ่งเนื้อทุเรียนมาใช้บำรุงผิวพรรณด้วยวิธีง่าย ๆ โดยนำเนื้อทุเรียนห่ามมาปั่นรวมกับดินสอพอง ให้เนื้อข้นเหมือนครีมแล้วพอกหน้าไว้ เว้นเฉพาะบริเวณริมฝีปากแลกรอบดวงตา ทิ้งไว้สัก 10 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านี้ ก็จะช่วยลดสิวเสี้ยนและทำให้ผิวเนียนนุ่มขึ้นได้

ฤดูที่เหมาะสมต่อการปลูกทุเรียน
ฤดูปลูก ถ้ามีการจัดระบบการให้นํ้าอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถดูแลให้นํ้ากับต้นทุเรียนได้สมํ่าเสมอช่วงหลังปลูก ควรปลูกตั้งแต่เดือนมีนาคม-เมษายน แต่ถ้าหากจัดระบบนํ้าไม่ทันหรือยังไม่อาจดูแลเรื่องนํ้าได้ ควรปลูกต้นฤดูฝนเตรียมพื้นที่การปลูกทุเรียน 
1. ไถ ขุดตอ ขุดรากไม้เก่า ออกจากแปลง - พื้นที่ดอนไม่มีปัญหานํ้าท่วมขัง : ไถกำ จัดวัชพืชอย่างเดียว - พื้นที่ดอน มีแอ่งที่ลุ่มนํ้าขัง : ไถปรับสภาพพื้นที่ให้เรียบ - พื้นที่ลุ่มหรือตํ่ามีนํ้าท่วมขัง : ทำ ทางระบายนํ้าหรือยกร่อง 
2. กำหนดระยะปลูก ระยะระหว่างต้นและระยะระหว่างแถวด้านละ 9 เมตร ปลูกได้ไร่ละ 20 ต้น การทำ สวนขนาดใหญ่ ควรขยายระยะระหว่างแถวให้กว้างขึ้น เพื่อสะดวกต่อการนำ เครื่องจักรกลต่างๆ ไปทำงานในระหว่างแถว 
3. วางแนวและปักไม้ตามระยะปลูกที่กำหนดวางแนวกำหนดแถวปลูกโดยคำนึงว่า แนวปลูกขวางความลาดเทของพื้นที่หรืออาจกำหนดในแนวตั้งฉากกับถนน หรือกำ หนดแถวปลูกไปในแนวทิศตะวันออก ตะวันตก และถ้ามีการจัดวางระบบนํ้า ต้องพิจารณาแนวทางจัดวางท่อในสวนด้วย จากนั้นจึงปักไม้ตามระยะที่กำ หนดเพื่อขุดหลุมปลูกต่อไป 

วิธีการปลูกทุเรียนทำ ได้ 2 ลักษณะ 
1. วิธีการขุดหลุมปลูก เหมาะกับสวนที่ไม่มีการวางระบบนํ้า 
2. วิธีการปลูกแบบไม่ขุดหลุม เหมาะกับสวนที่จัดวางระบบนํ้า มีข้อดีคือ ประหยัดแรงงานค่าใช้จ่ายในการขุดหลุม ดินระบายนํ้าและอากาศดี รากเจริญเร็ว 

การปลูกทุเรียนแบบขุดหลุมปลูก 
1. ขุดหลุมมีขนาดกว้างยาว และลึกด้านละ 50 เซนติเมตร 
2. ผสมปุ๋ยคอกเก่าประมาณ 5 กิโลกรัม และปุ๋ยหินฟอสเฟตครึ่งกิโลกรัม คลุกเคล้ากับดินที่ขุดขึ้นมา กลบกลับคืนไปในหลุมสูงประมาณ 2 ใน 3 ของหลุม 
3. เตรียมต้นกล้าที่แข็งแรงสมบูรณ์ ไม่เป็นโรค ไม่มีแมลงทำ ลาย และมีใบยอดคู่สุดท้ายแก่ระบบรากแผ่กระจายดี ไม่ขดม้วนงออยู่ก้นถุง 
4. ใช้มีดกรีดก้นถุงออก ถ้าพบรากขดงออยู่ก้นถุงให้ตัดออก 
5. วางถุงต้นกล้าที่ตัดก้นถุงออกแล้ววางลงตรงกลางหลุม จัดให้ตรงแนวกับต้นอื่นๆ พร้อมทั้ง ปรับระดับสูงตํ่าของต้นทุเรียนให้รอยต่อระหว่างรากกับลำ ต้นหรือระดับดินปากถุงเดิมสูงกว่าระดับดินปากหลุมเล็กน้อย 
6. ใช้มีดกรีดด้านข้างถุงจากล่างขึ้นบนทั้งสองด้าน 
7. ดึงถุงพลาสติกออก ระมัดระวังอย่าให้ดินในถุงแตก 
8. กลบดินที่เหลือลงไปในหลุมอย่ากลบดินสูงถึงรอยเสียบยอด หรือรอยทาบ 
9. ปักไม้หลักข้างต้นทุเรียนที่ปลูกแล้ว พร้อมทั้งผูกเชือกยึดไว้เพื่อป้องกันลมพัดโยก 
10. กดดินบริเวณโคนต้น หาวัสดุคลุมโคนต้นแล้วรดนํ้าตามให้โชก 
11. จัดทำร่มเงาให้ต้นทุเรียนที่เพิ่งปลูก โดยใช้ทางมะพร้าว ทางจาก แผงหญ้าคา ทางระกำ หรือตาข่ายพรางแสง เมื่อทุเรียนตั้งตัวดีแล้วควรปลดออก หรืออาจปลูกไม้เพื่อให้ร่มเงา เช่น กล้วยก็จะช่วยเป็นร่มเงาและเพิ่มความชื้นในสวนทุเรียนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่อากาศแห้งและมีแสงแดดจัด 
12. แกะผ้าพลาสติกที่พันรอยเสียบยอดหรือทาบออกเมื่อปลูกไปแล้วประมาณ 1-2 เดือน
กลับ

วิธีการปลูกทุเรียน
วิธีการปลูก ทุเรียนที่จะมาปลูกต้องเป็นทุเรียนทีได้ชำไว้เรียบร้อยแล้ว มีอายุ 1 ปี ตอนปลูกควรนำดินที่ชำหรือที่ติดมากับรากออกสักครึ่งหนึ่ง จัดรากให้แผ่ออกไปรอบๆ ต้น ให้เหยียดตรงเมื่อทุเรียนโตขึ้นจะได้มีรากสมดุลกัน คือ แผ่รากไปรอบๆ ต้นป้องกันการโค่นล้ม วางกิ่งทุเรียนลงในกลางพูนดินให้ลำต้นตั้งตรง ใช้ไม้ไผ่ปักขนาบไว้ใช้ดินกลบโคน กิ่งตอนกลบพอมิดกาบมะพร้าวกิ่งทาบกลบพอเสมอดินเดิมหรือราว 1 นิ้ว ถ้าเป็นกิ่งเสียบยอดก็เช่นเดี่ยวกันไม่จำเป็นต้องปลูกลึกโค่นทุเรียนจม ถ้าเป็นฤดูฝนปลูกเสร็จแล้วควรให้โคนต้นทุเรียนสูงกว่าระดับดินธรรมดาเล็กน้อยเพื่อกันน้ำแช่โคน ถ้าเป็นฤดูแล้งควรยกขอบรอบๆ การวางแนวปลูกทุเรียนต้องปลูกให้เป็นแถวตรงเป็นระเบียบ ควรปลูกร่องแรกกับร่องสองให้สลับกัน เพื่อความสวยงามและสะดวกเวลาปฏิบัติดูแลรักษา การปลูกไม่เป็นระเบียบทำให้ยากแก่การดูแลและไม่สวยงาม ทำให้เสียเวลาและแรงงานไปโดยเปล่าประโยชน์เพราะทำงานยาก นิสัยทุเรียนไม่ชอบที่โล่งแจ้ง ดังนั้นจึงควรมีไม้บังร่มให้แก่ทุเรียนบ้างโดยเฉพาะทุเรียนในปีแรกที่ยังเล็กอยู่ต้องการร่มเงามากนอกจากนี้ประโยชน์ของไม้บังร่มอาจปลูกเพื่อเป็นรายได้จุนเจือ พืชที่เหมาะสมที่สุดคือกล้วย เพราะกล้วยให้ร่มเงาเร็วที่สุดในการใช้เป็นไม้บังร่มเงาชั่วคราว ส่วนไม้บังร่มถาวรนั้นในสวนแบบยกร่องชาวสวนจะหากิ่งทองหลางมาปลูกสลับระหว่างต้นทุเรียนเสียก่อน เพราะทองหลางนี้นอกจากจะให้ร่มแล้วยังเป็นประโยชน์แก่ทุเรียนอีกด้วย ใบของทองหลางที่หล่นลงร่องพอถึงปีชาวสวนจะขุดขึ้นมาถมโคนทุเรียนซึ่งเป็นพวกอินทรียวัตถุ อันเป็นประโยชน์ต่อทุเรียนต่อไป พอถึงฤดูแล้งน้ำที่ระเหยจากใบทองหลางจะช่วยให้ความชื้นในอากาศมากขึ้น ทำให้ทุเรียนไม่ชะงักการเจริญเติบโต การปลูกไม้บังร่มถาวรนี้ในสวนแบบยกร่องจะต้องปลูกไปพร้อมกับกล้วยหรือปลูกไว้ก่อนแล้ว กล้วยที่แนะนำให้ปลูกคือกล้วยไข่ กล้วยหอม ยิ่งถ้าเป็นสวนทุเรียนที่มีทุนน้อยถ้าได้กล้วยขายเป็นรายได้ไปพลางๆ อย่างน้อยก็พอเป็นค่ารักษาสวน ค่าปุ๋ยทุเรียน หรือไม่ก็เป็นการป้องกันกำจัดวัชพืช เพราะเมื่อมีกล้วยขึ้นปกคลุมแล้ว พวกวัชพืชก็จะขึ้นน้อยลง ทุเรียนที่ปลูก กิ่งพันธุ์อาจเป็นกิ่งตอน กิ่งเสียบยอด หรือ กิ่งทาบ ควรชำไว้ก่อนสักระยะหนึ่งก่อนมาปลูกที่สำคัญ อายุไม่ควรเกิน 1 ปี ให้ใบอ่อนแก่ก่อนหรือ เพฉลาด จึงนำมาปลูก ถ้ากิ่งพันธุ์ซึ่งปกติกิ่งพันธุ์ทุเรียนนิยมชำเอาไว้นาน หากดินมีลักษณะจับตัวกันแน่นรากของทุเรียนอาจขดอยู่ ฉะนั้นหลังจากเอาออกมาจากภาชนะปลูกแล้วใช้มือจับแยกดินเบาๆ เพื่อให้ดินแตกและรากที่ขดอยู่แยกออกบ้าง ถ้านำกิ่งพันธุ์มาจากที่อื่น ซึ่งใช้ดินลูกลังหรือดินแดง ข้อควรปฏิบัติคือต้องเอาดินแดงออกอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ เพราะดินแดงจะเข้ากับดินเหนี่ยวไม่ได้ ที่สำคัญอีกอันหนึ่งก็คือทุเรียนกิ่งทาบหรือทุเรียนกิ่งเสียบยอด มีรากแก้วจากการเพาะเมล็ด หลานท่านบอกว่าไม่จำเป็นต้องตัดรากแก้ว แต่จากการศึกษาการปลูกทุเรียนในนนทบุรีมาเป็นเวลาหลายสิบปี สองอย่างนี้ที่ไม่ควรทำการปลูกทุเรียนหลังน้ำท่วม ปี พ.ศ. 2538 สองวิธีนี้มีเกษตรกรชาวสวนแนะนำมาให้หลายสวนทำกันและมีวิธีอื่นๆอีกมากมายที่ปลูกแล้วตาย


1.การปลูกทุเรียนไม่ต้องตัดรากแก้ว(เพราะขี้เกียจ)ดินแดงไม่ต้องเอาออก รับรองได้ว่าตายแน่นอนเหตุผล ทุเรียนมีรากแขนงที่แตกมาจากรากแก้วและมีรากพิเศษ”รากตะขาบ” เป็นรากหากิน ถ้าไม่ตัดรากแก้วทรงพุ่มของทุเรียนก็จะพุ่งสูงตามที่รากแก้วลงไปดุดน้ำใต้ดิน ทรงพุ่มของทุเรียนก็จะฉลูดตาม นนทบุรีปลูกทุเรียนในสภาพดินเหนียว และยังยกร่องสวนอีก ระดับน้ำใต้ดินสูง ทำให้รากแก้วแช่อยู่ในน้ำตลอดปีมีเกษตรกรที่ทุเรียนออกผลได้ไม่กี่ปี ยอดแห้งตายไปเกือบจะหมดเมืองนนท์ แนะนำให้ตัดรากแก้ไขวิธีการปลูกก็ไม่ทำ 
2. การเสริมรากก็เหมือนกันกับข้อแรก รากเดี่ยวก็สร้างปัญหาอยู่แล้วยังให้เสริมรากอีก ก็จะไปกันใหญ่ จาการสำรวจและศึกษาการเสริมรากนิยมทำกันมาแล้วครั้งหนึ่งตั้งผู้เขียนยังไม่เกิด ประมาณ ปี พ.ศ.2490 หลังน้ำท่วมใหญ่มีการแข่งขันกันปลูกทุเรียนในนนทบุรี ธนบุรี มีวิธีการปลูกหลายวิธี มีการเริ่มใส่ปุ๋ยเคมีเพราะทุเรียนมีราคาแพง การเสริมรากก็กำเนิดขึ้นจากนักเล่นทุเรียน ทุเรียนโตเร็ว เรือนสวยงาม สร้างชื่อเสียงให้กับเกษตรกรผู้นั้นเป็นอย่างมาก วิธีนี้ก็กระจายแพร่ไปทั่วจนถึงเมืองนนทบุรี มี 2 เกษตรกรเป็นตากับปู่ของผู้เขียนนี้แหละ ตาปลูกแบบโบราณทุกอย่างใช้กิ่งตอนพันธุ์หนักพันธุ์เบาทุเรียนเติบโตดีให้ผลผลิตดีทุเรียนสวนตา ผู้เขียนเกิดในสวนนั้นเลยปี พ.ศ.2507 พอเริ่มจำได้ว่าทุเรียนในสวน เช่น กำปั่นเจ้ากรม กบตาขำ หรือก้านยาวต้นสูงใหญ่มากให้ผลิตมากมาย ตายเพราะน้ำท่วม ปี 2538 ต้นมีวงรอบต้นไม่ต่ำกว่า60-80 เซ็นติเมตร สวนปู่บ้างคนทันสมัยในยุคนั้นเริ่มปลูกด้วยกิ่งตอน กิ่งทาบบ้าง ปลูกพันธุ์ที่กำลังดังในยุคนั้น ก้านยาว กบแม่เฒ่า กำปั่นพวง เจริญงอกงามดีเช่นกันแต่เทคนิคการเสริมรากแพร่หลาย มาถึงเมืองนนท์สวนปู่ก็เริ่มเสริมราก สามขาเลยอยากดัง ทุเรียนโตเร็วมากสวยงามที่สุดก็ว่าได้ให้ผลผลิตดี แต่พอผู้เขียนเกิดและจำความได้ทุเรียนสวนปู่ก็ให้ผลผลิตน้อยลงมีแต่ใบที่สวยงาม ต้นก็ไม่ได้โตไปไหนเลย ทุเรียนสวนนี้อยู่ถึงน้ำท่วม พ.ศ. 2554 แต่ไม่ให้ผลผลิตมาหลายสิบปีแล้วปลูกไว้ดูเล่นได้ ก่อนตายทุเรียนมีอายุ 64 ปี มีวงรอบของต้นไม่เกิน 30-40 เซ็นติเมตร นี้ไม่ใช้เรื่องใหม่สำหรับการเสริมราก มีการทำกันมาหลายสิบปีสวนที่เหลือจากน้ำท่วมปี 2538 จากการสำรวจพบสวนที่ทำการเสริมรากอยู่ 4-5 สวนแต่ละสวนมีขนาดวงรอบของต้นไม่เกิน 50 เซนติเมตรให้ผลผลิตน้อยมาก นี้เป็นบทเรียนจากประสบการณ์ที่เตือนสติเกษตรกรรุ่นใหม่ ทุเรียนปลูกกันมาเป็นร้อยปีแล้วในนนทบุรีเคยผ่านเทคนิควิธีมาทุกอย่างแล้ว ถ้าจะปลูกทุเรียนต้องศึกษาและใส่ใจใช่ทำตามอย่างเดียวก่อนที่จะปลุกทุเรียนควรที่จะปลูกไม้กันลมโดยรอบคันล้อม และปลูกไม้เพื่อเป็นร่มทุเรียนให้สูงขึ้นอย่างน้อย 3 เมตร เสียก่อน เมื่อเห็นว่าสวนร่มครึ้มดีแล้วจึงค่อยลงมือปลูกทุเรียนได้ ในการปลุกไม้กันลมควรเป็นไม้ที่มีระบบรากลึกแข็งแรง รากไม่แผ่ออกไปกว้าง เพราะจะไปรบกวนทุเรียนแถวริมสุด เป็นไม้ที่ปลูกง่ายไม่ผลัดใบในฤดูแล้ง เจริญเติบโตเร็ว กิ่งไม่เปราะ มีลำต้นเหนียวและโอนอ่อนไปตามกระแสลมได้ มีใบพุ่มหนาตลอดลำต้น ใบไม่ใหญ่โตนัก ไม้กันลมที่ควรใช้ปลูก เช่น แคบ้าน สะเดา ขี้เหล็ก จามจุรี ไม้ไผ่เป็นต้น หลังจากปลูกเสร็จแล้วต้องรดน้ำให้ทันที ในระยะแรกปลูกควรใช้แครงรดทุกวัน การรดน้ำทุเรียนในระยะแรกปลูกไม่ต้องรดมา เนื่องจากรากยังไม่เจริญไปห่างต้น รดเพียงโคนก็พอ การใช้ขนาดหรือเครื่องรดน้ำไม่ควรทำเพราะจะทำให้โคกพังเร็วขึ้น ยังทำให้ดินบริเวณนั้นจับกันแน่น รากเดินไม่สะดวกปี เมื่อทุเรียนจะเริ่มตั้งตัวได้ ถ้าเป็นกิ่งทาบหรือต้นเสียบยอดประมาณ 1 เดือน ก็จะเริ่มแตกใบอ่อนถ้าเป็นกิ่งตอนอาจแตกใบอ่อนช้ากว่าเล็กน้อย บางทีอาจ 2 เดือน
ก็มี


วิธีการดูแลรักษา
การดูแลสวนเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทุเรียนเจริญเติบโต และให้ ผลผลิตที่ดีและต้นทุเรียนมีอายุยืนยาว ให้เกษตรกรได้รับประโยชน์สูงสุดจากการทำสวนก็คือทุเรียนให้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพและขายได้ราคาดี และในระหว่างรอทุเรียนให้ผลผลิต ในช่วงแรกควรปลูกพืชแซมเพื่อเสริมรายได้ โดยเลือกพืชให้ตรงกับความต้องการของตลาด เช่น กล้วยหอม ส้มเขียวหวาน หรือมังคุด การปฏิบัติดูแลสวนทุเรียนนนท์ในช่วงให้ผลผลิตแล้วเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทุเรียนออกดอกติดผลมาก และให้ผลผลิต คุณภาพดี การเตรียมให้ต้นทุเรียนมีความสมบูรณ์ มีอาหารสะสมเพียงพอ เมื่อทุเรียนมีใบแก่ทั้งต้น และสภาพแวดล้อมเหมาะสม ฝนแล้ง ดิน มีความชื้นต่ำ อากาศเย็นลงเล็กน้อยทุเรียนก็จะออกดอก ขั้นตอนต่าง ๆ จะต้องรีบดำเนินการภายหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิต 



ระยะที่ 1 ฟื้นฟูต้นหลังเก็บเกี่ยวทุเรียน ช่วงเดือน กรกฎาคม-กันยายน 
1.การตัดแต่งกิ่ง หลังเก็บเกี่ยวให้รีบตัดแต่งกิ่งแห้ง กิ่งเป็นโรค กิ่งแขนง ด้านในทรงพุ่มออกโดยเร็ว ทารอยแผลที่ตัดด้วยสารเคมีป้องกันกำจัด เชื้อรา หรือปูนแดงกินกับหมาก 
2.กำจัดวัชพืชเก็บทำความสะอาดท้องร่อง สาดเลน เพื่อเป็นปุ๋ยทางธรรมชาติให้แก่ทุเรียน 
3. เมื่อขี้เลนแห้งสนิทแล้วควรใส่ปุ๋ยทันที - ปุ๋ยคอก 15-50 กิโลกรัมต่อต้น (ประมาณ 3-10 ปีบ) ทุเรียนต้นที่ขาดความสมบูรณ์ต้องการปุ๋ยมากกว่าทุเรียนต้น ที่มีความสมบูรณ์อยู่แล้ว ทุเรียนต้นที่ให้ผลผลิตไปมาก ต้องการปุ๋ย มากกว่าทุเรียนที่ให้ผลผลิตน้อย 
4.การกำจัดวัชพืชการป้องกันวัชพืชในสวนนับว่าเป็นสิ่งสำคัญและเป็นปัญหาใหญ่ในการทำสวน โดยเฉพาะทุเรียนซึ่งมีรากหาอาหารอยู่ในระดับผิวดิน ถ้าปล่อยให้หญ้าขึ้นรกรุงรังนอกจากจะแย่งอาหารและน้ำจากต้นทุเรียนแล้ว ยังเป็นที่อยู่อาศัยของแมลงศัตรูทุเรียนได้ด้วย ในกรณีที่ไม่สามารถรักษาสวนทุเรียนให้ปราศจากวัชพืชต่างๆ ได้ ซึ่งต้องทำการตัดหรือถากถางออกเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะในแปลงที่เป็นที่ดอนอย่างน้อยต้องทำการเก็บวัชพืชปีละไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง คือ กลางฤดูฝนขณะฝนทิ้งช่วงซึ่งจะอยู่ประมาณเดือนกรกฎาคม และปลายฤดูฝน หลังจากหมดฤดูฝนแล้วประมาณเดือนพฤศจิกายน หรือต้นเดือนธันวาคม ซึ่งวัชพืชที่ถากถางออกนี้เมื่อแห้งตายก็จะกวาดเข้าคลุมต้นทุเรียนที่ปลูกได้อีก การป้องกันกำจัดวัชพืชอีกวิธีหนึ่งคือ การปลูกพืชคลุมหรือพืชแซม เช่น กล้วย หรือพืชคลุมชนิดต่างๆ พืชเหล่านี้จะช่วยคลุมไม่ให้วัชพืชเจริญงอกงามได้เร็ว โดยเฉพาะพืชคลุมจะคลุมจนวัชพืชตายหมด พืชคลุมเหล่านี้จะขึ้นคลุมปิดบังแสงแดดไม่ให้ส่องถึงผิวดินทำให้ดินไม่ร้อนจัดและชุ่มชื้นอยู่เสมอ การสูญเสียหน้าดินจากน้ำฝนน้อยลง 
5. ป้องกันกำจัดโรคแมลง เช่น โรครากเน่าโคนเน่า เพลี้ยไก่แจ้ ไรแดงและเพลี้ยไฟ หนอนกินเปลือกต้นทุเรียน เริ่มระบาดในฤดูฝนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ


ระยะที่ 2 ในช่วงปลายฤดูฝน ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน เมื่อฝนทิ้งช่วงเกษตรกรต้องให้ความสนใจในการเข้าดูแลสวนอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมในการให้ทุเรียนออกดอก ฤดูฝนผ่านไปทุเรียนมีความสมบูรณ์เต็มทีพร้อมที่จะออกดอกให้ผลผลิตแก่เกษตรกรชาวสวน การเริ่มต้นฤดูก็เกิดขึ้นสิ่งที่จะต้องทำดังนี้ 
1.ให้กำจัดวัชพืชใต้ทรงพุ่ม กวาดเศษหญ้า และใบทุเรียน ออกจากโคนต้น เพื่อให้ดินแห้งเร็วขึ้น 
2.ให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ต้นละ 15-30 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อช่วยกระตุ้นในการออกดอก 
3.กักน้ำในท้องร่องสวนให้น้อย อยู่ในระดับต่ำและงดการรดน้ำ10-14วันเมื่อสังเกตเห็นใบทุเรียนเริ่ม สลดลงต้องเริ่มรดน้ำทีละน้อยเพื่อกระตุ้นให้ตาดอกเจริญ อย่าปล่อยให้ขาดน้ำนานจนใบเหลืองใบตกเพราะตาดอกจะไม่เจริญ และระวัง อย่ารดน้ำมากเกินไป เพราะช่อดอกอาจเปลี่ยนเป็นใบได้ วิธีการรดน้ำที่เหมาะสม คือ รดน้ำแบบโชย ๆ แล้วเว้นระยะ สังเกต อาการของใบและดอก เมื่อเห็นดอกระยะไข่ปลามากพอแล้ว ก็เพิ่ม ปริมาณให้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนสู่สภาวะปกติ


ระยะที่ 3 การดูแลในช่วงออกดอก ช่วงเดือน มกราคม-กุมภาพันธุ์ 
1. การควบคุมการรดน้ำ เมื่อทุเรียนออกดอกในระยะไข่ปลามีปริมาณมากพอแล้ว ก็เริ่มรดน้ำมากขึ้นจนสู่สภาพปกติ ในระยะก่อนดอกบาน 7-10 วัน(ระยะหัวกำไล) ไป จนถึงดอกบานช่วงดอกบานควรงดการรดและระยะปิ่นให้ลดการรดน้ำลง 2 ใน 3 ของปกติและเริ่มรดน้ำมากขึ้นในระดับปกติได้หลังจากผสมเกสรแล้ว 3 สัปดาห์ 
2. การตัดแต่งดอก เพื่อให้เหลือดอกทุเรียนไว้ในปริมาณและตำแหน่งที่เหมาะสม ตัดดอกที่อยู่ตามกิ่งเล็ก ๆ หรือปลายกิ่งทิ้ง ควรตัดแต่งเมื่อดอกทุเรียนอยู่ในระหว่างระยะมะเขือพวง ถึงระยะหัวกำไล ถ้ามีดอกรุ่นเดียวกันปริมาณมาก ตัดแต่งให้เหลือปริมาณ ดอกพอเหมาะอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ ถ้ามีดอก 2 รุ่น ปริมาณต่างกัน ให้ตัดรุ่นที่มีปริมาณ ดอกน้อยออก แต่ถ้าปริมาณดอกมีน้อย จำเป็นต้องไว้ดอกต่างรุ่นควรไว้ดอกรุ่นเดียวกัน บนกิ่งเดียวกัน 
3. ป้องกันกำจัดโรคแมลง เช่น เพลี้ยไฟ ไรแดง หนอน กัดกินก้านดอก โรคดอกเน่าและโรคดอกแห้ง


ระยะที่ 4 การดูแลในช่วงติดผลแล้ว มีนาคม- เมษายน 
1. ตัดแต่งผลครั้งที่ 1 หลังดอกบาน 3-4 สัปดาห์ ตัดแต่งผลที่มีรูปทรง บิดเบี้ยว ผลขนาดเล็กหรือผลต่างรุ่น ผลที่อยู่ใน ตำแหน่งไม่เหมาะสม เช่น ปลายกิ่ง ด้านข้างของ กิ่ง และผลที่ติดเป็นกระจุกใหญ่ ๆ ออกเหลือผล ที่ดีไว้มากกว่าที่ต้องการจริง 50 %ครั้งที่2 หลังดอกบาน 6-8 สัปดาห์ ตัดผลที่มีขนาดเล็กกว่า ผลอื่นในรุ่นเดียวกัน ผลบิดเบี้ยว ผลที่มีอาการ หนามแดงครั้งที่ 3 ตัดแต่งครั้งสุดท้ายตัดผลขนาดเล็ก ผลบิดเบี้ยว ผลก้นจีบออก จะเหลือผลที่มีขนาดและรูปทรง สม่ำเสมอ ในปริมาณเท่ากับที่ต้องการจริง เมื่อตัดแต่งผลครั้งสุดท้ายเสร็จ ควรโยงกิ่งหรือใช้ไม้ไผ่ค้ำ เพื่อป้องกันกิ่ง หักจากน้ำหนักผลที่มากขึ้น ป้องกันผลร่วงในพื้นที่มีลมแรง 
2. การใส่ปุ๋ย หลังจากติดผลแล้ว 5-6 สัปดาห์ ให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเร่งการเจริญของผล เพื่อเพิ่มคุณภาพเนื้อ ถ้าต้นทุเรียนขาดความสมบูรณ์ ใบเล็ก ใบซีด ไม่เขียวเข้ม ควรให้ปุ๋ยทางใบเสริมในช่วงสัปดาห์ที่ 5-10 หลังดอกบาน เพื่อช่วยให้ผลทุเรียนเจริญดีขึ้น 
3. การควบคุมไม่ให้ทุเรียนแตกใบอ่อนถ้าทุเรียนแตกใบอ่อนในช่วงติดผล ใบอ่อนและผทุเรียน จะแย่งอาหารกันและเกิดผลเสีย ผลอ่อนร่วง รูปทรงลูกบิดเบี้ยว เนื้อคุณภาพ ด้อยเป็นเต่าเผา เนื้อแกน ถ้าพบว่าทุเรียนจะแตกใบอ่อน โดยสังเกตเห็นเยื่อหุ้มตา เริ่มเจริญหรือเรียกระยะหางปลา 
4. การรดน้ำ ดูแลรดน้ำสม่ำเสมอ ตลอดช่วงที่กำลังติดผล 
5. จดบันทึกวันดอกบาน ของแต่ละรุ่น แต่ละต้นไว้ พร้อมกับทำเครื่องหมายไว้โดยใช้เชือกสีที่แตกต่างกันในการค้ำกิ่งที่ติดผล แต่ละรุ่นเพื่อความสะดวกในการเก็บเกี่ยว 
6. การป้องกันกำจัดโรคแมลง ตรวจสอบและป้องกันกำจัด โรคผลเน่า หนอนเจาะผล ทุเรียน ไรแดง เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง และเพลี้ยหอย 
7.การป้องกันหนูหรือกระรอก เข้าทำลายกัดกินทุเรียน ถ้าสวนมีสัตว์รบกวนควรหาวิธีป้องกันดังนี้ - ทำความสะอาดเก็บ สิ่งของที่รกร้างกิ่งไม้รอบสวน เพื่อไม่ให้เป็นที่อาศัย ของหนูกระรอก - ตัดกิ่งไม้บริเวณรอบต้นทุเรียนของต้นไม้อื่นๆเพื่อตัดเส้นทางหนูได้ - นำสังกะสีแผ่นเรียบกว้าง 30 เซนติเมตร ยาวตามขนาดของต้นพันรอบโค่นต้นทุเรียน เป็นการป้องได้เฉพาะหนู - การป้องอีกวิธีหนึ่งคือการห่อ ให้ใช้ถุงพลาสติกใส่ขนาด 40x60 เซนติเมตร ตัดก้น ถุงและตัดข้างยาว 30 เซนติเมตร นำมาห่อทุเรียน ควรห่อให้คลุมตั้งแต่กิ่งที่ลูกทุเรียน นั้นติดอยู่ปล่อยชายถุงให้อากาศถ่ายเท่ได้สะดวก ป้องกันได้ทั้งหนู กระรอก นก



ระยะที่ 5 การเก็บเกี่ยว พฤษภาคม มิถุนายน เลือกเก็บเกี่ยวเฉพาะผลทุเรียนแก่แล้วเท่านั้น อาจจะวิธีนับวันหรือสังเกตลักษณะตามพันธุ์ก็ได้ 
1. ควรกำจัดวัชพืช เพื่อเตรียมพื้นที่ให้เก็บเกี่ยวได้สะดวก 
2. เก็บเกี่ยวผลที่แก่แล้ว โดยสังเกตจากลักษณะของผลและ นับอายุ ลักษณะผลเมื่อทุเรียนแก่จะพบการเปลี่ยนแปลงดังนี้ - สีเปลือกจะเปลี่ยนจากเขียวสดเป็นสีน้ำตาลหรือเขียวแกมเทา แต่ผลที่อยู่นอกทรงพุ่มโดนแสงแดดมากจะมีสีน้ำตาลมากกว่าผลที่อยู่ ในทรงพุ่ม - ก้านผลเข้มขึ้นเป็นสีน้ำตาลคล้ำ สาก ตรงรอยต่อของระหว่าง ก้านผลตอนบนกับก้านผลตอนล่าง (ปลิง) จะบวมใหญ่ เห็นรอยต่อ ชัดเจน - ปลายหนามแห้งจะไหม้จากปลายนหนามเข้ามามีสีน้ำตาล หนามกางออกร่องหนาค่อน ข้างห่าง - สังเกตรอยแยกบนพูจะเห็นได้ชัดเจนเป็นเส้นสีเหลือง ยกเว้นพันธุ์ก้านยาว จะเห็นไม่ชัด - ชิมปลิง ทุเรียนแก่จัด เมื่อตัดขั้วผลหรือปลิงออกจะพบ น้ำใส ๆ ไม่ข้นเหนียว เหมือนทุเรียนอ่อน ชิมดูจะมีรสหวาน - การเคาะเปลือกหรือกรีดหนาม ผลทุเรียนที่แก่จัดจะมี เสียงดังหลวม ๆ - ทั้งนี้เมื่อผลทุเรียนในต้นเริ่มแก่สุกและร่วงก็เป็นสัญญาณ เตือนว่าทุเรียนที่เหลือซึ่งเป็นรุ่นเดียวกันเริ่มแก่สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว การนับอายุ โดยนับจำนวนวันหลังจากดอกบานจนถึงวันที่ผลแก่ พร้อม ที่จะเก็บเกี่ยวได้ ซึ่งจะแตกต่างกันในแต่ละพันธุ์ เช่น พันธุ์ก้านยาวใช้เวลา 120-135 วันและ พันธุ์หมอนทองใช้เวลา 140-150 วัน การนับอายุนี้อาจคลาดเคลื่อนได้เล็กน้อย ขึ้นกับอุณหภูมิ ของอากาศ เช่น อากาศร้อนและแห้งแล้ง ทุเรียนจะแก่เร็วขึ้น ฝน ตกชุกความชื้นสูงทุเรียนจะแก่ช้าเพื่อสะดวกในการจำและไม่ผิดพลาดในการตัดทุเรียนอ่อน เกษตรกรควรจดบันทึกวันที่ดอกบาน และทำเครื่องหมายรุ่น ดังนี้ - จดบันทึกวันที่ดอกทุเรียนบานของแต่ละพันธุ์ และแต่ ละรุ่น - ทำเครื่องหมายรุ่นโดยในขณะที่ค้ำหรือโยงกิ่งด้วยเชือก ควรใช้สี ที่แตกต่างกันใน การค้ำหรือโยงกิ่งแต่ละรุ่น ทั้งนี้เพื่อสะดวกในการตัดทุเรียน ที่แก่มีคุณภาพดี




วิธีการเก็บเกี่ยว
- ตัดเหนือปลิงของก้านผล ด้วยมีดคมและสะอาดส่งลงมา ให้คนที่รอรับข้างล่าง อย่าให้ผลตกกระทบพื้น วิธีที่นิยมคือใช้เชือกโรย และใช้ตระกร้ารองรับทุเรียน - ห้ามวางผลทุเรียนบนพื้นดินในสวนโดยตรง เพื่อป้องกันเชื้อรา ที่เป็นสาเหตุของโรคผลเน่าติดไปกับผลทุเรียน -ควรวางทุเรียนในเข่งหรือภาชนะที่จัดเตรียมไว้ - ทำความสะอาด คัดคุณภาพ คัดขนาดก่อนจำหน่าย