คุณฐิติกรณ์ ยาวิละ หรือคุณกรณ์ เจ้าของฟาร์มเลี้ยงไก่ โดยใช้พื้นที่หลังบ้าน วัย 30 ปี ซึ่งทำงานประจำเป็นช่างเทคนิค ปิโตเลียม อยู่แท่นผลิตก๊าซธรรมชาติ กลางทะเล เล่าให้ฟังว่า “เรียนจบมาจากสถาบันการบินพลเรือน แผนกช่าง ทำงานอยู่สนามบินเป็นช่างเครื่องบินมาก่อนที่จะที่ได้เข้าไปทำงานเป็นช่างเทคนิค ปิโตเลียม (RMT Lead ฐานก๊าซธรรมชาติ เอราวัณ)



การเลี้ยงไก่เริ่มต้นเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ควบคู่ไปกับการทำงานประจำ ช่วงแรกเลี้ยงไก่ไข่ทั่วไป แค่ 30 ตัวเท่านั้น เพื่อเก็บไข่เอาไปขายเท่านั้น โดยพื้นที่เลี้ยงคือบ้านของพ่อแม่ที่เชียงราย พอช่วงที่ไก่ออกไข่ไปได้ประมาณ 6เดือน การออกไข่ก็จะเริ่มน้อยลง ในที่สุดก็คงหมดอายุการให้ไข่ ซึ่งก็ต้องเอาไปขาย เป็นไก่ปลดขายเนื้อ แต่ในความเป็นจริง ผมไม่ได้มีความรู้สึกว่าอยากขายเลยตัดสินใจขายต่อให้คนที่อยากเลี้ยงและเปลี่ยนมาเลี้ยงไก่สายพันธุ์แท้ เป็นไก่ไข่ที่ติดต่อขอสายพันธุ์กับกรมปศุสัตว์ เพื่อเพาะลูกไก่ขายเท่านั้น ลงทุนรอบแรกไปหมื่นกว่าบาท พอเพาะแล้วได้ลูกไก่ ประมาณ 3-4 เดือนก็ขายลูกไก่ ได้กำไรนะ แต่ก็ยังรู้สึกไม่คุ้มเท่าไหร่”

จึงคิดว่าจะลองเลี้ยงไก่สายพันธุ์แท้จากต่างประเทศดูบ้าง โดยไก่ที่เลี้ยงมีอยู่สองสายพันธุ์ คือ ไก่ไข่ และ ไก่เลี้ยงเพื่อสวยงาม ที่สนใจเลี้ยงก็เพราะมองเห็นโอกาสทางการตลาด ในขณะเดียวกันก็มีความสวยงามและแปลกตาด้วย
การที่ได้เริ่มหันมาเลี้ยงไก่จากต่างประเทศ ก็ได้มาจากขอซื้อพ่อแม่พันธุ์ไก่มาจากพี่ที่เขาอยู่ในวงการเลี้ยงไก่ ก็ฝากเขาซื้อ แล้วจึงมาทดลองเลี้ยง คุณกรณ์บอกและอธิบายเพิ่มเติมว่า “ได้ไก่ไข่อ๊อสตราหลอบและบัฟออร์พิงตัน มาเลี้ยงก่อน จนกระทั่งเลี้ยงแล้วก็ได้ลูกไก่ออกมา ขายล็อตแรกได้เงินประมาณหนึ่งแสนบาท เห็นว่าคุ้ม น่าลงทุน เลยขยายการเลี้ยงไปสู่พันธุ์อื่นๆ เพิ่มเติม โดยจะเน้นไปที่ไก่สายพันธุ์แท้ จากต่างประเทศ ที่ยังหาค่อนข้างยากในตลาดเมืองไทย ยังไม่ค่อยมีคนเลี้ยงกันมานัก อีกทั้งมีความแปลกตาและน่าสนใจนำเอามาเลี้ยงขยายพันธุ์ต่อและขายลูกไก่ต่อได้”

สำหรับประเภทพันธุ์ไก่ไข่สวยงามที่เลี้ยงและให้ผลผลิตแล้วมีทั้งหมดดังนี้ 1.ไก่ไข่ออร์พิงตัน(orpington) ถิ่นกำเนิด: ประเทศอังกฤษ 2.ไก่ไข่บัฟร์ออร์พิงตัน(Buff orpington) ถิ่นกำเนิด: อเมริกา3.ไก่ไข่เวียนดอทท์(Wyandote)ถิ่นกำเนิด: สหรัฐ 4.ไก่ไข่เล็กฮอร์น(Exchequer Leghorn) ถิ่นกำเนิด: ประเทศอิตาลี 5.ไก่ไข่อ๊อสตราหลอบ(Australorp)ถิ่นกำเนิด: ประเทศออสเตรเลีย 6.ไก่ไข่อ๊อสตราหลอบ(Australorp)ถิ่นกำเนิด:อเมริกา 7.ไก่ไข่โร๊ดไอส์แลนด์ไวท์(Rhode Island White)(ถิ่นกำเนิด: ฝรั่งเศษ 8.ไก่ไข่อะเมอรอคาน่า(Amerucana) ให้ไข่สีฟ้าอ่อน ถิ่นกำเนิด: สหรัฐ
9.ไก่ไข่ มาราน (Marans)ให้ไข่สีเข้ม ถิ่นกำเนิด: ฝรั่งเศส 10.ไก่ดองเต๋า (Dong Ton) (ไก่ที่มีเท้าโตที่สุดในโลก) ถิ่นกำเนิด:เวียดนาม ส่วนไก่ที่นำเข้ามาเมื่อ เดือน พฤษภาคม 1.ไก่สวยงามซีไบร์ท สีเงิน สีทอง(Sebright ) ถิ่นกำเนิด: สหราชอาณาจักร 2.ไก่ไข่ซัสเซกซ์(Light Sussex )ถิ่นกำเนิด: สหราชอาณาจักร 3.ไก่สวยงามฟรานเซียน (Fasian )ถิ่นกำเนิด:เนเธอแลนด์ 4.ไก่ไข่ บลูเดอลองค์ (Bleu De lands)ถิ่นกำเนิด:ฝรั่งเศส 5.ไก่สวยงาม พาโลสกายา (Pavlovskaya) ถิ่นกำเนิด: รัฐเซีย
6.ไก่ไข่คูแบ็คสมอร์ (Kollbacksmoor )ถิ่นกำเนิด:เยอรมันนี

สำหรับเป็ดไข่สวยงาม ที่เลี้ยงเอาไว้และให้ผลผลิตแล้ว มีดังนี้ 1.เป็ดอินเดียนรันเน้อ (Indain Runner Duck UK) เป็ดไข่ที่เดิน ตัวตรง ชื่อเล่นเป็ดเพนกวิน ถิ่นกำเนิด: อังกฤษ และ 2.เป็ด ซิวเวอร์ แอฟเบิลย์ยาร์ด (Silver Appleyard Duck) ถิ่นกำเนิด: อังกฤษ
“ที่นิยมกันมาก และผมเห็นว่าเลี้ยงได้ง่าย เลี้ยงแล้วสามารถใช้ประโยชน์และต่อยอดได้ ก็คือ การเลี้ยงไก่ไข่ พันธุ์แท้ที่มาจากต่างประเทศ เพราะว่า ไก่ต่างประเทศมีความสวย แปลก เลี้ยงได้นานหลายปี ที่สำคัญคือ ไก่ไข่ ก็แปลว่า ให้ไข่ได้ตลอด ไข่สามารถกินได้ หรือจะเพาะต่อยอดขายต่อไปก็ได้ เป็นการเลี้ยงที่จะได้เงินเกิน 100% คิดง่ายๆ ก็คือ สมมติลงทุน 10,000 บาท เพื่อซื้อพ่อแม่พันธุ์มาเลี้ยง เมื่อให้ไข่ล็อตแรก ฟักออกมาเป็นตัว หนึ่งเดือนถ้าได้ 10 ตัว ขายตัวละ 1,000 บาท ก็ได้หนึ่งหมื่นบาท แต่ก็ไม่ได้ไข่แค่เดือนเดียว เพราะไก่ไข่สามารถอออกไข่ได้อีกอีกเป็นปีสองปีเลย

สูตรการให้อาหาร คุณกรณ์ บอกว่า “เน้นการเลี้ยง การให้อาหาร ดูแล และรักษา แบบสูตรสมุนไพรกับไก่ทุกตัว เพื่อให้การดูแล การรักษาง่าย และไก่มีความแข็งแรงกับโรค เพราะการเลี้ยงไก่ ข้อยากที่สำคัญคือเรื่องโรคระบาด ถ้าหากเกิดขึ้นแล้วก็จะมีโอกาสเสี่ยงสูงมากที่จะตายกันหมดทุกตัว อีกทั้งยังต้องระวังเรื่องสภาพอากาศ ฟ้าฝน หรือร้อนจนเกินไป ก็จะทำให้ไก่ป่วยได้ง่าย ดังนั้นไก่ที่นี่ ทุกพันธุ์ ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ที่มาจากประเทศอะไร ผมจะเน้นให้ปรับตัวอยู่กับสภาพแวดล้อมของเมืองไทย และสภาพอากาศบ้านเราให้ได้ เพราะถ้าอยู่ได้ ปรับตัวได้ ก็จะแข็งแรง ลูกไก่ที่เพาะออกมาก็จะแข็งแรงด้วย
ผมใช้พื้นที่ประมาณ 50 ตารางวา ซึ่งเป็นพื้นที่หลังบ้าน ซึ่งเป็นบ้านของพ่อแม่ อยู่ที่จังหวัดเชียงราย ในการเลี้ยง และอาศัยพื้นที่ห้องเก็บของ เป็นสถานที่เพาะไก่แรกแรกเกิด โดยในพื้นที่หลังบ้านนี้สามารถเลี้ยงได้ทั้งไก่และเป็ด

การทำกรงเลี้ยงไก่พ่อแม่พันธุ์ ซึ่งต้องการพื้นที่มากหน่อย พื้นที่กรงประมาณ 2 คูณ 2 เมตร ทำไว้ 7-8 กรง ส่วนไก่ไซซ์เล็ก ก็จะเลี้ยงเป็นคอนโด ขนาดที่ทำก็ประมาณ 2 คูณ 4 เมตร ทำเป็นชั้นซ้อนกัน 1 ตารางเมตรต่อกรง จะได้ประมาณ 8 กรง”
สำหรับการลงทุนครั้งแรกก็จะลงทุนสองส่วน คือ ลงทุนการซื้อพ่อแม่พันธุ์ไก่มาเลี้ยง ก็ว่ากันไปตามราคาของพ่อแม่พันธุ์ว่าเท่าไหร่ แต่อย่างคุณกรณ์ ลงทุนครั้งแรกอยู่ที่ 7,000 บาท ได้ตัวผู้ 1 ตัว ตัวเมีย 4 ตัว อายุไก่ตอนได้มานั้นอายุประมาณ ปีกว่า เพราะไปซื้อต่อมาจากคนเลี้ยงไก่ที่เขาจะเลิกเลี้ยงแล้วพอดี ค่อยๆ ขยับขยายเพิ่มเติมมาเรื่อยๆ
ด้านการลงทุนในการทำโรงเรือน 1 หลัง ได้กรงไก่ไข่ประมาณ 10 กว่ากรง ใช้เงินลงทุนในการซ

อวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ประมาณ 10,000 บาท โดยซื้อไม้เนื้ออ่อนมาสร้าง เพราะต้นทุนถูกกว่า การสร้างก็ใช้แรงงานของผมและคุณพ่อในการช่วยกันสร้าง คุณกรณ์บอก
สำหรับการดูแล จึงจะต้องเอาใจใส่มากเป็นพิเศษในเรื่องของความสะอาดของสถานที่ในการเลี้ยง กรงเลี้ยงต่างๆ จะต้องมีการเปลี่ยนน้ำสำหรับไก่ทุกวัน ทำความสะอาดกรง เปลี่ยนแกรบรองพื้นรองทุกสองสัปดาห์ ควบคู่กับการให้อาหารเสริมด้วงมะพร้าวสดและยาสมุนไพร สูตรพิเศษ ที่ได้รู้จักมาจากพี่คนหนึ่งที่เขาเลี้ยงไก่ชน จึงนำเอามาลองดู ปรากฏว่าได้ผลดี เลยใช้ตลอดมา ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษเพราะเป็นพื้นที่ไม่กว้างขวางมากนัก หากเกิดโรคก็จะติดต่อกันได้ง่าย ความสะอาดจึงสำคัญมาก

การตลาด คุณกรณ์ จะขายและวางแผนจัดการบริหารไก่ ตามที่มีออร์เดอร์มาเท่านั้น ซึ่งทราบมาว่าออร์เดอร์การสั่งจองตอนนี้บ้างสายพันธุ์ จองกันไปถึงปีหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยแต่ละเดือนจะมีกำไรจากการขายไก่และเป็ดอยู่ที่เดือนละ 80,000-100,000 บาท เลยทีเดียว ด้วยจำนวนเงินเท่านี้ทำให้ช่างเทคนิค ปิโตเลียมมองเห็นโอกาสและมีกำลังใจในการทำงานด้านเกษตรอย่างมาก มองว่าเป็นอาชีพที่มั่นคงในอนาคตด้วยซ้ำ หากวันหนึ่งที่มีความจำเป็นต้องออกจากงาน ก็จะมาลุยกับงานเกษตรนี้อย่างเต็มตัว โดยมีสโลแกนว่า “กรณ์ เกษตรฟาร์ม เลี้ยงไก่สวยได้ไข่กิน ออร์แกนิกหลังบ้าน”
ใบขี้เหล็ก พบว่ามีสารกลุ่มโครโมน ซึ่งมีฤทธิ์คลายเครียดและช่วยให้นอนหลับ และกลุ่ม Anthraquinones ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยให้ถ่ายหรือระบายท้อง เช่น แอนโทรน และไดแอนโทรน เมื่อนำมากำจัดปลวกได้ผลดีมาก
ผลจากการทดลอง นำใบขี้เหล็กมาตำคั้น ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ มาผสมน้ำ 1 ลิตร เอาน้ำฉีดใส่ปลวก 20 ตัว ผลปรากฎว่า ปลวกตายหมด ภายใน 1 นาที


คุณสมบัติของใบขี้เหล็กต่อปลวก
ใบขี้เหล็กมีสารเคมีออกฤทธิ์ช้า ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม แต่มีประสิทธิภาพสูงในการขัดขวางการดำรงชีวิตตามธรรมชาติของปลวก รวมทั้งมีคุณสมบัติพิเศษในการดึงดูดให้ปลวกเข้ามากิน ซึ่งสามารถถ่ายทอดจากปลวกตัวหนึ่งไปสู่ปลวกตัวอื่น ๆได้
ขั้นตอนและวิธีการกำจัดปลวกด้วยใบขี้เหล็ก
นำใบขี้เหล็กมาบดและผสมกับน้ำให้ได้ปริมาณที่เหมาะสม จากนั้นนำไปฉีดพ่นหรือเทลาดบริเวณที่พบปลวกหรือรังปลวก ทำซ้ำประมาณ 3 – 5 วัน ต่อครั้งจนไม่พบตัวปลวก
อีกหนึ่งวิธี นำใบขี้เหล็กมาผสมกับ แป้งดินสอพอง ปั้นให้เป็นก้อน ผึ่งแดดให้แห้ง เวลาจะใช้ก็ทุบ ให้เป็นผงแล้วนำไป โรยบริเวณรังปลวก ติดตามดูผลการทดลอง 30 วัน ปรากฏว่าปลวกย้ายรังหนีไปที่อื่น แสดงว่า แป้งสมุนไพรจากใบขี้เหล็กสามารถไล่ปลวกให้ไปอื่น และไม่กลับมาทำรังที่เดิมอีก…

แม้การกำจัดปลวกจะมีวิธีการมากมาย แต่การกำจัดปลวกด้วยใบขี้เหล็กเป็นวิธีการที่ประหยัดปลอดภัยที่สุด และไม่เป็นอันตรายทั้งต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญไม่จำเป็นต้องหาซื้อเพราะใบขี้เหล็กมีขึ้นอยู่ทั่วไป หาง่ายและยังกำจัดปลวกได้ผลดีอีกด้วย…
คลิปวีดีโอผลลัพธ์หลังการทดลองใช้ 6 วันกับต้นมะม่วง

ดูแลบ้านอย่างไร ให้ห่างไกลปลวก
เพราะปลวกเป็นศัตรูตัวร้ายที่จะมากัดแทะและกัดกินวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้าน ไม่ใช่เฉพาะเนื้อไม้เท่านั้น ยังมีวัสดุอีกหลายชนิดที่ปลวกก็สามารถกัดแทะให้เกิดความเสียหายได้ ดังนั้นการดูแลบ้านเพื่อเป็นการป้องกันให้ห่างไกลจากปลวกจึงเป็นเรื่องสำคัญ สำหรับวิธีการดูแลบ้านเราจะสามารถทำตามวิธีต่างๆ ได้ดังนี้
เริ่มจากการปลูกสร้างบ้าน ก่อนทำการปลูกสร้างเราควรฉีดพ่นน้ำยากำจัดปลวกตามจุดต่างๆ ของบ้าน ด้วยวิธีอัดเคมีลงดินในทุกตารางเมตร สำหรับขั้นตอนนี้ควรเป็นผู้ที่มีความรู้และความชำนาญในการทำกันโดยเฉพาะ โดยเราอาจจ้างบริษัทรับกำจัดปลวกเป็นผู้ทำ เพราะจะมีความเข้าใจในการทำมากกว่าที่เราจะทำเอง
ในบริเวณบ้านไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่ นอกเสียจากคุณจะมีบริเวณบ้านที่กว้างขวางสามารถปลูกต้นไม้ให้ห่างจากตัวบ้านได้ เพราะปลวกมักจะชอบมาทำรังที่บริเวณต้นไม้ใหญ่ และอาจจะลุกลามมาที่ตัวบ้านได้
หลังจากปลูกบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วควรมีวิธีในการป้องกันปลวก ไม่ว่าจะเป็นการใช้สารเคมี หรือการใช้สมุนไพรต่างๆ ในการช่วยป้องกันหรือกำจัดปลวก รวมทั้งอาจจะจ้างบริษัทรับกำจัดปลวกมาคอยฉีดพ่นน้ำยาเป็นระยะๆ
พยายามป้องกันอย่าให้แมลงเม่าบินเข้ามาในตัวบ้าน เพราะแมลงเม่าคือปลวกในวัยเจริญพันธุ์ที่อาจจะเข้ามาวางไข่และกลายเป็นรังปลวกต่อไปได้ในอนาคต
เพียงทำตามวิธีต่างๆ ดังที่กล่าวมาคุณก็จะสามารถดูแลรักษาบ้านให้ห่างไกลจากปลวกที่มารบกวนอย่างได้ผล
“ชอบกด Like ถูกใจกด Share และติดตามข่าวสารด้านการเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ เกษตรรอบรู้ ตามรายละเอียด้านล่างนี้ได้เลย”