เมื่อหลายวันก่อนผู้เขียนมีโอกาสเป็นคณะกรรมการประกวดผลงานเด่นหมู่บ้านปรองดอง ซึ่งประกวดผลงานทั้งสิ้น 5 กิจกรรม และหนึ่งในนั้นคือ กิจกรรมสวนผักบ้านพอเพียง ได้ลงพื้นที่หมู่ที่ 11 บ้านต๊ำพระแล ตำบลบ้านต๊ำ อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ประทับใจ เมื่อเห็นผลงานและข้อเท็จจริงการปลูกผักสวนครัวหรือผักผลไม้สำหรับบริโภคในครัวเรือน เพื่อลดรายจ่ายหากเหลือสามารถแบ่งแจกจ่าย หรือขายเป็นรายได้เข้าครอบครัวอีกด้วย ไปที่บ้านของ คุณพิมพ์นภา พรหมเสน ที่ปลูกพืชผักและไม้ยืนต้นไว้อย่างมากมาย รวมทั้งข้าวที่ปลูกแบบขั้นบันได


คุณพิมพ์นภา พรหมเสน กับเห็ดที่เพาะ
สอบถามคุณพิมพ์นภา ได้ความว่า เป็นภรรยาของผู้บริหารสำนักงานเขตการศึกษา และใช้บ้านพักเปิดร้านเสริมสวย หากว่างจากงานในช่วงกลางวัน หรือช่วงเช้าและเย็นที่ปลอดลูกค้าก็ลงทำสวน ซึ่งก็อยู่ในบริเวณบ้านเช่นกัน ทำการปลูกพืชผักและผลไม้ในบริเวณบ้าน มีแนวคิดจากการที่อยากจะมีอาหารที่สดและปลอดภัยไว้กิน จึงใช้ช่วงเวลาช่วงเช้าและช่วงเย็น ทำสวน โดยปลูกทุกอย่างที่กินได้ และเพื่อความสวยงามก็จะใช้พืชผักต่างๆ มาจัดสวนหย่อม ซึ่งได้ทั้งความสวยงามและเป็นแหล่งอาหาร

การปลูกผักตามฤดูกาลนั้นจะได้ผลดีกว่าทำนอกฤดู จะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคแมลงรบกวน ที่บ้านนี้จะใช้น้ำส้มควันไม้แทนยาฆ่าแมลง หน้าหนาวจะปลูกพืชผักพวกกะหล่ำปลี บล็อกโคลี่ คะน้า กะหล่ำดอก หน้าฝนจะปลูกพวกไม้เลื้อย เช่น บวบต่างๆ แตงกวา ฟักทอง ฟักเขียว หน้าร้อนแดดแรงมาก จะปลูกผักที่มีใบแข็งแรง เช่น พริก มะเขือ ข้าวโพด ฟักทอง กะเพรา โหระพา ซึ่งสามารถปลูกได้ทุกฤดูกาล ส่วนการทำนาในบ่อซีเมนต์ ในระยะยาวคิดว่าคุ้ม เพราะปลูกได้ปีละ 3 ครั้ง ไม่มีปัญหาเรื่อง ปู หอย ที่จะมากัดกินต้นข้าว ควบคุมปริมาณน้ำได้ ไม่ต้องใช้ยาฆ่าหญ้า เป็นข้าวที่ปลอดภัยจริง ในนายังสามารถเลี้ยงกบ ปลาดุก

ผักสวยงามมาก
เป็นการใช้พื้นที่คุ้มค่าตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เป็นความสุขที่เราสร้างได้ มีหลายคนเข้ามาดูแล้วนำกลับไปปรับใช้ในพื้นที่หรือบ้านของตนเอง เมล็ดพันธุ์ผักต่างๆ เมื่อแก่ก็จะเก็บแล้วส่งให้คนที่ขอมาทางเฟซบุ๊ก โดยส่งให้สำหรับคนที่ส่งซองแสตมป์มาและจ่าหน้าซองถึงตนเองด้วย

จากคำถามที่ได้ความรู้ทางการเกษตรมาจากไหน คุณพิมพ์นภาบอกว่า เป็นลูกหลานของเกษตรกรอยู่แล้ว และศึกษาจากหนังสือและสื่อต่างๆ ซึ่งปัจจุบันมีมากมายหลายทาง แล้วนำมาปรับใช้ การทำการเกษตรของตนเองนั้นเกิดจากใจรักและเพื่อสุขภาพ ไม่ได้มีคนมาบอกว่าจะต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ เมื่อศึกษาพบและประกอบกับประสบการณ์ที่เห็นพ่อแม่ทำมาก่อน แต่เป็นการทำแบบวิถีเดิม ตนจึงนำมาปรับให้เข้ากับสภาพในปัจจุบัน

สนใจแลกเปลี่ยนเรียนรู้สอบถามได้ที่ คุณพิมพ์นภา พรหมเสน หมู่ที่ 11 บ้านต๊ำพระแล ตำบลบ้านต๊ำ อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา โทรศัพท์ (082) 185-2047

แตงกวา เป็นไม้เลื้อย ตระกูลเดียวกันกับแตงโม ฟักทอง บวบ มะระ น้ำเต้า นิยมปลูกเพื่อใช้ผลเป็นอาหาร มีอายุตั้งแต่ปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว 30-45 วัน แตงกวาสามารถนำไปปรุงอาหารได้มากมายหลายชนิด เช่น แกงจืด ผัด กินกับน้ำพริก หรืออาจแปรรูปเป็นแตงกวาดอง แตงกวาจึงเป็นพืชที่หาซื้อได้ง่าย

คุณประสิทธิ์ เพชรทอง เกษตรกร วัย 58 ปี ซึ่งปลูกแตงกวาระหว่างรอผลผลิตจากสวนยาง และสวนปาล์ม เล่าให้ฟังว่า “เป็นเกษตรกรทั่วไป ทำสวนยาง สวนปาล์ม เหมือนเกษตรกรชาวภาคใต้ทุกคน ซึ่งมันก็มีรอบของมันในการทำ  เลยอยากหาอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ระหว่างที่รอผลผลิตจากสวนยางและสวนปาล์ม



เลยสนใจการปลูกแตงกวา เนื่องจากเป็นพืชที่มีอายุในการปลูกและเก็บเกี่ยวไม่ยาวนานมากนัก ใช้เวลาเพาะเมล็ด 6-7 วัน ก็สามารถลงแปลงปลูกได้แล้ว ก่อนจะปลูกไปอีกประมาณ 35 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ซึ่งอาศัยการดูแลเพียงแค่ช่วงเดือนกว่าๆ เท่านั้น แตงกวาก็จะเริ่มออกผลผลิตให้เห็น และสร้างรายได้ให้ได้”

ซึ่งพื้นที่ปลูกแตงกวาของคุณประสิทธิ์ มีทั้งหมด 11 ไร่ ลงกล้าปลูกแตงกวาพร้อมกันทั้งหมด 11 ไร่ โดยคุณประสิทธิ์ให้เหตุผลว่า “การลงแปลงปลูกแตงกวาพร้อมกันทั้งหมด 11 ไร่นี้ ก็เพราะว่าการปลูกแตงกวามีโรครา และแมลง  อย่างเพลี้ยไฟ ไม่ว่าจะปลูกไม่กี่ไร่ หรือหลายสิบไร่ ก็มักจะเกิดโรคและแมลงเหล่านี้ได้ทั้งนั้น ซึ่งปลูกให้เต็มพื้นที่ไปเลย และดูแลกันไปเป็นช่วงๆ ถ้าหากเกิดโรค สิ่งที่ต้องระวังคือ ช่วงหน้าฝน เพราะช่วงฝนตกจะเป็นช่วงที่เกิดโรคได้ง่ายมาก  ต้องดูแลมากหน่อย”

โดยผลผลิตที่เก็บได้จากการปลูกพื้นที่ 11 ไร่ เก็บได้วันละ 2-3 ตัน มีพ่อค้ามารับผลผลิตถึงที่สวน และนำเอาไปขายต่อที่เกาะสมุย ราคาหน้าสวนสามารถขายได้ถึงกิโลกรัมละ 12 บาท หรือราคาสูงสุด 15 บาท การปลูกต่อรอบสามารถให้ผลผลิตได้ถึง 40 ตันโดยเฉลี่ย

สภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการปลูกแตงกวา คุณประสิทธิ์ บอกว่า “มีแหล่งน้ำดี อากาศดี ฝนตกไม่เยอะมากเกินไป จึงจะดี และเหมาะที่สุด แต่กับสภาพพื้นที่ที่นี่ ซึ่งเป็นภาคใต้ มีฝนตกค่อนข้างเยอะ การดูแลก็จะไม่ให้น้ำท่วม หรือแฉะแปลงปลูกมากเกินไป เพราะแตงกวาก็ไม่ได้ชอบน้ำมาก อีกทั้งช่วงฝนตกก็จะเป็นช่วงที่พวกโรคเกี่ยวกับพืชเกิดขึ้นได้ง่ายด้วย”



หากจะทำการปลูกแตงกวานั้น คุณประสิทธิ์มองว่า เหมาะกับการทำเป็นอาชีพเสริม ทำสลับกับการดูแลสวนยางก็ได้ เป็นการเสริมรายได้ เพราะการปลูกแตงกวาของคุณประสิทธิ์ สามารถทำกำไรได้ถึงเดือนละ 100,000 บาทเลยทีเดียว โดยหักเอาเงินต้นทุนไปลงทุนต่อในการปลูกแตงกวารอบต่อไปแล้ว



สำหรับคนที่สนใจอยากปลูกแตงกวา หรือจะทำการเกษตร ควรต้องศึกษาเรื่องพื้นที่และตลาดรับซื้อก่อน ก็จะเป็นการดี