พลิกชีวิตสร้างรายได้ เลี้ยงแพะ ล้อมคอก พ่อค้ามาติดต่อซื้อเองถึงที่

, , No Comments
คุณรัชดา นุ่มหอม อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ที่ 12 ตำบลบางขุด อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ได้แบ่งพื้นที่นาของเธอบางส่วนมาทำเกษตรผสมผสานควบคู่ไปกับการเลี้ยงแพะ ซึ่งเธอบอกว่า ณ เวลานี้ พอใจกับการเลือกแนวทางนี้ เพราะทำให้เธอได้มีรายได้หลายทางมากกว่าสมัยก่อน เมื่อเทียบกับการทำอะไรแบบเดิมๆ หรือแบบเชิงเดี่ยวมากเกินไป



จากสาวโรงงาน สู่ชีวิตเกษตรกร

คุณรัชดา สาวที่มากด้วยรอยยิ้ม เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีอาชีพรับจ้างเป็นสาวโรงงาน เมื่อทำไปได้สักระยะหนึ่งรู้สึกว่าอาชีพนี้ไม่เหมาะกับเธอ จึงได้กลับมาอยู่บ้านเพื่อทำเกษตรกรรม คือ การทำนา ซึ่งก่อนที่จะลงมือทำนานั้นเธอบอกว่าก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะต้องมีเงินทุนสำรองเพื่อใช้จ่ายจนกว่าข้าวที่ปลูกจะเก็บเกี่ยวผลผลิตขายได้ จึงทำให้เธอต้องไปกู้เงินจากแหล่งกู้ต่างๆ เพื่อนำเงินมาหมุนเวียน

“พอเรากู้เงินมา พอถึงหน้าเก็บเกี่ยวผลผลิต เราก็ขายข้าวไป พอได้เงินมาเราก็นำไปใช้คืน เสร็จแล้วก็กู้คืนมาใหม่ ทำไปทำมาเหมือนจะไม่มีเงินเก็บ หนี้สินกลับมากขึ้นกว่าเดิม ทีนี้มาย้อนคิดดูแล้วว่า เราจะทำแต่นาอย่างเดียวไม่น่าจะไปได้ดี ต้องหาอะไรมาช่วยเสริม คือการทำเกษตรผสมผสาน และที่เป็นหัวใจหลักเลย คือ การเลี้ยงแพะ” คุณรัชดา เล่าถึงช่วงชีวิตสมัยก่อน

ซึ่งผู้ที่เป็นเสมือนแรงบันดาลใจให้กับคุณรัชดาในการเลี้ยงแพะ พร้อมกับการทำเกษตรผสมผสานก็คือ คุณปัญญา บางแสง หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกร โดยได้ชี้แนะให้กับคุณรัชดาว่า ให้แบ่งพื้นที่ภายในบ้านออกเป็นหลายๆ ส่วน คือ นำมาปลูกผัก ปลูกกล้วย ส่วนบางจุดก็เลี้ยงปลา เมื่อผลผลิตเหล่านี้มีก็นำไปขายเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายหมุนเวียนในครัวเรือน และส่วนแพะที่เลี้ยงก็ไม่ต้องปล่อยแบบไล่ทุ่ง แต่ทำเป็นคอกล้อมให้อยู่บริเวณบ้าน พร้อมกับมีโรงเรือนเป็นที่บังแดดบังฝนให้ เมื่อพ่อแม่แพะผสมพันธุ์จนได้ลูกแพะออกมา ก็นำไปขายเก็บเงินส่วนนี้ไว้สำหรับจ่ายหนี้สินหรือเป็นเงินเก็บ

เลี้ยงแบบล้อมคอก แพะโตได้ดีไม่แพ้การเลี้ยงแบบปล่อย

ก่อนที่จะนำแพะที่เป็นพ่อแม่พันธุ์มาเลี้ยงภายในบริเวณบ้านนั้น คุณรัชดา บอกว่า ต้องทำคอกเพื่อเป็นพื้นที่ให้แพะวิ่งเล่นเสียก่อน โดยใช้ไม้ที่หาได้จากชุมชนมาล้อมคอกให้มีขนาด 8×10 เมตร หรือดูตามความเหมาะสมของพื้นที่ ส่วนโรงเรือนสำหรับให้แพะหลบแดดหลบฝนทำเป็นแบบยกพื้นสูงประมาณ 2-3 เมตร และสร้างโรงเรือนให้มีขนาดประมาณ 4×6 เมตร

แพะที่เลี้ยงในบ้านทั้งหมด มีคนมาติดต่อซื้อถึงที่

คุณรัชดา บอกว่า ตั้งแต่เลี้ยงแพะมา เรื่องตลาดสำหรับเธอไม่ค่อยเป็นห่วงมากนัก เพราะมีพ่อค้าที่ทราบข่าวว่าบ้านเธอมีแพะที่เลี้ยงไว้ก็จะมาติดต่อซื้อถึงบ้าน โดยรับซื้อแพะตัวผู้ที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 30 กิโลกรัมขึ้นไป ให้ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 105-120 บาท ราคาสามารถขึ้นลงได้ตามกลไกของตลาด

นอกจากเลี้ยงแพะขายแล้ว คุณรัชดา บอกว่า เศษไม้กระถินที่เหลือจากแพะกินก็สามารถทำเงินให้กับเธอได้ด้วย คือนำมาเผาเป็นถ่านเพื่อขายเป็นเงินมาไว้ใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ในบ้าน

อ่านเพิ่มเติมที่นี้นะครับ

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น