น้องต้นกล้าเด็ก ม.5 เลี้ยงปลาหางนกยูงส่งออก ได้เงินส่งเสียตัวเองเรียนสบายๆ

, , No Comments
ความสุขของต้นกล้าเกิดขึ้นจากการที่ได้เฝ้าดูปลาที่เลี้ยงไว้เจริญเติบโต ทีละเล็ก ทีละน้อย แต่คงจะดี หากสิ่งที่รัก สามารถหารายได้ให้ด้วย ฉะนั้น กิจการเล็กๆ ของหนุ่มวัยมัธยมปลายจึงเกิดขึ้นด้วยเงินลงทุน 2,000บาท
           
         เป็นเจ้าของธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อย วัยเพียง  17 ปีเท่านั้น สำหรับ “วิรภูมิ หงส์ศุภางค์พันธ์” หรือต้นกล้า เด็กหนุ่มอัธยาศัยดีที่ชอบเลี้ยงปลาหางนกยูงเป็นชีวิตจิตใจ จนนานวันเริ่มแบกภาระค่าใช้จ่ายเลี้ยงปลาไม่ไหว ถึงคราวต้องหาทางออก ด้วยการผันตัวเองมาเป็นพ่อค้าเพาะพันธุ์ปลาหางนกยูง โดนใจลูกค้าทั้งใน และต่างประเทศ
         ต้นกล้า เล่าย้อนวันวานว่า  ตอนเด็กๆ อยากเลี้ยงสัตว์ แต่คุณพ่ออนุญาตให้เลี้ยงแค่ปลาเท่านั้น  เลยเลือกเลี้ยงปลาหางนกยูง เนื่องจากชอบความสวยงามบริเวณหางที่พริ้วไหวเหมือนใส่กระโปรง นานวันไปเริ่มแบกรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว ตัดสินใจนำปลาที่เลี้ยงไว้ไปลองขาย ปรากฏขายได้ หนที่สุดเลี้ยงปลาเพื่อการค้าเรื่อยมาตั้งแต่ ม.5 จนถึงปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
       






         สำหรับความสุขของต้นกล้าเกิดขึ้นจากการที่ได้เฝ้าดูปลาที่เลี้ยงไว้เจริญเติบโต ทีละเล็ก ทีละน้อย แต่คงจะดี หากสิ่งที่รัก สามารถหารายได้ให้ด้วย ฉะนั้น กิจการเล็กๆ ของหนุ่มวัยมัธยมปลายจึงเกิดขึ้นด้วยเงินลงทุน 2,000บาท
         “ผมซื้อพ่อแม่พันธุ์ปลาหางนกยูง Full Red ราคาคู่ละ 1,200 บาท พร้อมอุปกรณ์เลี้ยง เบ็ดเสร็จ 2,000 บาท หัดเลี้ยงไปเรื่อยๆ ศึกษาไปเรื่อยๆ ทำให้รู้วิธีการเพาะพันธุ์ปลาหางนกยูงให้ออกสี สิ่งสำคัญที่สุด คือ พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ต้องดีจริงๆ เพราะลูกที่ออกมา 80เปอร์เซ็นต์มาจากพ่อแม่พันธุ์ นอกจากนั้นน้ำต้องสะอาดอยู่ในอุณหภูมิ 27-35 องศา อาหารให้เช้า - เย็น ใช้อาหารสด เช่น ไส้เดือนน้ำ สาหร่าย”
         ต้นกล้า บอกต่อว่า พ่อแม่พันธุ์ปลาหางนกยูงที่เลี้ยงไว้ โตเต็มวัยใช้เวลาประมาณ  2 - 3 เดือน แม่พันธุ์ใช้เวลาตั้งท้องประมาณ 1 เดือน และจะออกลูกเป็นตัว ต้องแยกลูกปลากับแม่ปลาออกจากกัน เพราะธรรมชาติของปลาหางนกยูง แม่จะกินลูกของมันเอง ปลาเพศเมียให้ลูกครอกแรก 20 - 30 ตัว และหลังจากที่คลอดลูกแล้ว จะสามารถให้ลูกครอกต่อไปได้อีกในเวลาประมาณ 25 - 35 วัน แม่ปลาที่อายุมากขึ้น ท้องต่อๆ ไป ก็จะให้ลูกมากขึ้น เคยให้ลูกปลาสูงสุด ครอกละ 200 ตัวเลยทีเดียว”
         
         
         
          สำหรับสายพันธุ์ปลาหางนกยูงที่ต้นกล้าเลือกขาย มีเฉพาะปลาเกรดประกวดกว่า 32 สายพันธุ์ อาทิ สายพันธุ์ บลูกลาส (Blue Grass)ทักซิโด้ (tuxedo) ฟลูเรท (full red) เป็นต้น
          ช่วงแรกของการหาตลาด ปี 2556 ชายหนุ่มเริ่มจากขายส่งให้ร้านที่ตลาดนัดสวนจตุจักร ซึ่งปลาคู่แรกทำเงินให้เขาได้ 3,800 บาท เรียกว่า “คืนทุนทันที” หลังจากนั้นปี 2557 เริ่มใช้สื่อออนไลน์เฟซบุ๊กเข้าไปกลุ่มที่ชอบปลาหางนกยูง รวมถึงเว็บไซต์ขายปลาทั่วไป เมื่อลูกค้าเห็นก็ทยอยติดต่อเข้ามาสั่งซื้อ เริ่มมีรายได้มาเรื่อยๆ จนสามารถเปิดหน้าร้าน และส่งขายไปยังต่างประเทศ เมียนมาร์ ญี่ปุ่น อินเดีย เวียดนาม และแถบยุโรป อเมริกา รวมทั้งตอนนี้ได้ไปจดทะเบียนฟาร์มกับกรมประมงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
          “ ผมเปิดร้านที่ตลาดสวนจตุจักร โซนขายสัตว์ทั่วไป วันที่ 20 มีนาคม 2558 เพื่อให้ลูกค้าสามารถเดินทางมาเลือกดูได้ด้วยตนเอง ซึ่งราคาขายปลาหางนกยูงที่ร้านคู่ละ ตั้งแต่คู่ละ 50 บาท จนถึงคู่ละ 2,000 บาท ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และกระแสในขณะนั้น ระยะเวลา 3 ปีที่ขายปลา มีรายได้ เฉลี่ยเดือนละ 40,000 - 80,000 บาท ส่งตัวเองเรียนสบายๆ แถมมีตังค์ให้พ่อแม่ด้วย”
           ทว่าหนทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ต้นกล้า เผยว่า ครั้งแรกที่นำปลามาลงที่ร้านเกิดปัญหาปลาติดโรค แก้ไขด้วยการแบ่งตู้ปลาให้เล็กลง สูง 30 ซม.กว้าง 15 ซม ยาว 15 ซม. ให้ปลาอยู่เพียง 1-2 ตัว ต่อ 1 ตู้ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการติดโรค
           ด้วยความที่กำลังศึกษาอยู่ ต้นกล้าพยายามจัดสรรเวลา โดยลงทะเบียนเรียนในวิชาที่สามารถเลิกได้ช่วงเที่ยงของแต่ละวัน และการเลือกเรียนคณะประมง ก็ยังสามารถนำความรู้จากห้องเรียน ไปใช้ประโยชน์กับธุรกิจได้โดยตรง สร้างความน่าเชื่อถือมากขึ้นด้วย
          สำหรับใครที่อยากอุดหนุน ‘น้องต้นกล้า’ นั้น สามารถไปได้ที่ จตุจักร ตลาดศรีสมรัตน์ ตรงข้ามพิพิธภัณฑ์เด็ก ล๊อค B20 ชื่อร้าน Sun Guppy หรือจะเข้าไปชมภาพปลาหางนกยูงสวย ๆ ที่เฟซบุ๊ก Tonkla Hongsupangpan

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น